เฮอร์แปงไจน่า vs มือเท้าปาก ต่างกันอย่างไร? ดูอาการลูกแบบไหนควรพบแพทย์

ลูกมีไข้ เจ็บคอ กินได้น้อย และเมื่อดูในปากพบแผลเล็ก ๆ พ่อแม่หลายคนอาจสงสัยว่า “เป็นมือเท้าปากหรือเฮอร์แปงไจน่า?”

ทั้งสองโรคเป็นการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus และมีอาการคล้ายกัน โดยเฉพาะไข้ เจ็บคอ และแผลในช่องปาก จึงอาจแยกได้ยากในช่วงแรก

อย่างไรก็ตาม ลักษณะของแผลและผื่นบางอย่างสามารถช่วยให้สังเกตความแตกต่างเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้เพื่อวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม ลูกมีไข้ เจ็บคอ มีแผลในปาก ไม่ยอมกิน อาจเป็นอะไร? เช็กอาการและเมื่อไรควรพบแพทย์ 

เฮอร์แปงไจน่า  มักเด่นที่ “แผลบริเวณด้านหลังช่องปาก”

เด็กที่เป็นเฮอร์แปงไจน่ามักมีไข้ เจ็บคอ เบื่ออาหาร หรือเจ็บเวลากลืน และอาจพบตุ่มหรือแผลเล็ก ๆ บริเวณด้านหลังช่องปาก เช่น เพดานอ่อน บริเวณต่อมทอนซิล หรือคอหอย

เด็กบางคนอาจมีน้ำลายไหลมากขึ้น เพราะเจ็บเวลกลืน

จุดที่ช่วยแยกจากมือเท้าปากได้เบื้องต้นคือ เฮอร์แปงไจน่าไม่ได้มีผื่นที่มือและเท้าเป็นลักษณะเด่น

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของแผลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันการวินิจฉัยได้

มือเท้าปาก  มักมี “แผลในปากร่วมกับผื่น” 

โรคมือเท้าปากมักมีไข้ เจ็บคอ หรือไม่สบายตัว ก่อนพบแผลในช่องปากและผื่นตามผิวหนัง

ผื่นมักพบที่ ฝ่ามือและฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้น แขน ขา หรือบริเวณอื่นได้

แผลในปากอาจเจ็บมากจนทำให้เด็กไม่อยากกินหรือดื่ม โดยเฉพาะเวลาต้องกลืน

แต่สิ่งสำคัญคือ อาการของมือเท้าปากไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นครบพร้อมกันตั้งแต่วันแรก

ดังนั้น หากลูกมีไข้และแผลในปาก แต่ยังไม่พบผื่นที่มือหรือเท้า ก็ยังไม่สามารถตัดโรคมือเท้าปากออกได้ทันที

 

แล้วถ้ามีแต่แผลในปาก จะแยกได้อย่างไร

อาจสังเกตแนวโน้มได้ แต่ไม่สามารถยืนยันโรคจากแผลเพียงอย่างเดียว

กุมารแพทย์จะพิจารณาข้อมูลหลายอย่างร่วมกัน เช่น

  • ตำแหน่งและลักษณะของแผลในปาก
  • มีผื่นที่มือ เท้า หรือบริเวณอื่นหรือไม่
  • ไข้เริ่มเมื่อไรและเป็นมานานแค่ไหน
  • เด็กกินและดื่มได้มากน้อยเพียงใด
  • มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่
  • สภาพโดยรวมของเด็กเป็นอย่างไร

หลายกรณีแพทย์สามารถประเมินได้จากประวัติและการตรวจร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการในเด็กทุกคน

ดังนั้นพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องพยายามเปิดปากลูกเพื่อหาตำแหน่งแผลให้ละเอียด หรือเปรียบเทียบภาพจากอินเทอร์เน็ตเพื่อวินิจฉัยด้วยตัวเอง

ทำไม “ไม่มีผื่น” ยังตัดมือเท้าปากไม่ได้? 

เพราะอาการของโรคอาจทยอยปรากฏในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

เด็กบางคนอาจเริ่มจากไข้ เจ็บคอ หรือกินได้น้อย ก่อนที่ผื่นจะปรากฏชัดขึ้น ขณะที่บางคนอาจมีผื่นไม่มากจนสังเกตได้ยาก

ดังนั้นการดูอาการเพียงช่วงเวลาเดียวอาจยังไม่เพียงพอ

สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือ สังเกตแนวโน้มของอาการในแต่ละวัน และหากมีอาการผิดปกติหรือพ่อแม่ไม่แน่ใจ ควรให้กุมารแพทย์ช่วยประเมิน

เฮอร์แปงไจน่าและมือเท้าปาก ดูแลเหมือนกันหรือไม่

แม้ลักษณะของโรคจะต่างกัน แต่ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อไวรัส การดูแลส่วนใหญ่จึงเป็นการดูแลตามอาการ

สิ่งสำคัญคือช่วยให้เด็กสบายขึ้นและได้รับน้ำอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะช่วงที่แผลในปากเจ็บมาก

อาจเลือกอาหารที่นุ่มและกลืนง่าย หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด เผ็ด หรือสิ่งที่ทำให้แผลระคายเคือง และให้เด็กดื่มน้ำหรือของเหลวที่เหมาะกับวัย

ยาปฏิชีวนะไม่ได้ใช้รักษาเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเหล่านี้โดยตรง จึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาให้เด็กรับประทานเอง

สิ่งที่พ่อแม่ควรดูมากกว่าว่า “เป็นโรคอะไร” 

เมื่อเด็กมีไข้และแผลในปาก สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการพยายามแยกว่าเป็นเฮอร์แปงไจน่าหรือมือเท้าปาก

ควรดูด้วยว่า

ลูกยังดื่มน้ำได้ไหม?

ปัสสาวะยังใกล้เคียงปกติไหม?

ยังสดใสและตอบสนองเหมือนเดิมหรือไม่?

อาการโดยรวมกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง?

หากยังดื่มได้ ปัสสาวะใกล้เคียงปกติ และสภาพโดยรวมดีขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี

แต่หากดื่มได้น้อยลงมาก ปัสสาวะลดลง หรือซึมลง ควรให้กุมารแพทย์ประเมิน

อาการแบบไหนควรพาลูกพบกุมารแพทย์

ไม่จำเป็นต้องรอให้แน่ใจก่อนว่าเป็นโรคอะไรจึงค่อยไปพบแพทย์

ควรพาลูกมาพบกุมารแพทย์เมื่อ

  • ดื่มน้ำได้น้อยลงมากหรือไม่ยอมดื่ม
  • ปัสสาวะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • เจ็บปากหรือเจ็บคอจนกลืนลำบาก
  • ปากแห้ง หรือสงสัยภาวะขาดน้ำ
  • อ่อนเพลียหรือซึมลง
  • ไข้หรืออาการโดยรวมไม่ดีขึ้น
  • มีอาการใหม่ที่น่ากังวล
  • พ่อแม่ไม่แน่ใจว่าอาการที่เห็นเกิดจากโรคอะไร

หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ชัก ปลุกตื่นยาก หรืออาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

สรุป เฮอร์แปงไจน่า vs มือเท้าปาก  

เฮอร์แปงไจน่า มักเด่นที่ไข้ เจ็บคอ และแผลบริเวณด้านหลังช่องปาก

ส่วน มือเท้าปาก มักมีแผลในปากร่วมกับผื่นที่มือ เท้า หรือบริเวณอื่นของร่างกาย

แต่เด็กแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน และอาการบางอย่างอาจยังไม่ปรากฏในช่วงแรก จึงไม่ควรใช้เพียง “มีหรือไม่มีผื่น” หรือ “แผลอยู่ตรงไหน” เป็นเกณฑ์ตัดสินโรคด้วยตัวเอง

หากลูกมีไข้ เจ็บปาก มีแผลหรือผื่น และพ่อแม่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเฮอร์แปงไจน่า มือเท้าปาก หรือสาเหตุอื่น สามารถพาลูกมารับการประเมินที่ ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม เพื่อให้กุมารแพทย์ประเมินอาการและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อย

Q: เฮอร์แปงไจน่ามีผื่นที่มือและเท้าไหม?
 A: โดยทั่วไปผื่นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าไม่ใช่ลักษณะเด่นของเฮอร์แปงไจน่า หากมีแผลในปากร่วมกับผื่นบริเวณมือหรือเท้า จะทำให้นึกถึงโรคมือเท้าปากมากขึ้น แต่ควรพิจารณาอาการอื่นร่วมด้วย

Q: มือเท้าปากต้องมีผื่นที่มือและเท้าทุกคนไหม?
 A: ไม่จำเป็น อาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกัน และผื่นอาจไม่ชัดเจนในบางราย ดังนั้นการไม่มีผื่นที่มือหรือเท้าเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถใช้ตัดโรคมือเท้าปากออกได้

Q: แผลในปากอยู่ด้านหลัง แปลว่าเป็นเฮอร์แปงไจน่าแน่นอนหรือไม่?
 A: ไม่แน่นอน ตำแหน่งของแผลเป็นเพียงข้อมูลหนึ่งที่ช่วยให้แพทย์ประเมิน การวินิจฉัยต้องพิจารณาร่วมกับไข้ อาการร่วม ลักษณะผื่น และการตรวจร่างกาย

Q: ลูกมีแผลในปาก แต่ยังไม่มีผื่น ควรรอดูอาการก่อนหรือไม่?
 A: หากลูกยังดื่มน้ำได้ ปัสสาวะใกล้เคียงปกติ และสภาพโดยรวมดี สามารถสังเกตอาการได้ แต่หากดื่มได้น้อยลงมาก ปัสสาวะลดลง ซึม หรือมีอาการผิดปกติ ควรพาไปพบกุมารแพทย์โดยไม่ต้องรอให้มีผื่น

Q: เฮอร์แปงไจน่าและมือเท้าปากต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?
 A: โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่ได้รักษาเชื้อไวรัสโดยตรง การใช้ยาควรเป็นไปตามการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

Q: พ่อแม่สามารถแยกเฮอร์แปงไจน่ากับมือเท้าปากเองได้ไหม?
 A: อาจสังเกตลักษณะเบื้องต้นได้ แต่ไม่สามารถยืนยันโรคได้จากอาการเพียงอย่างเดียว หากอาการไม่ชัดเจนหรือเด็กมีอาการมากขึ้น ควรให้กุมารแพทย์ตรวจประเมิน

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย:
พญ.วีณารัตน์ นนทสิทธิ์
แพทย์เฉพาะทาง กุมารเวชศาสตร์
โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ หนองแขม
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว.34249


ติดต่อศูนย์กุมารเวช รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม
02-441-6999
หรือ ติดต่อได้ผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ  Line
หรือ สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษา

Line