จากเด็กที่ยังกินข้าว ดื่มนม และเล่นได้ตามปกติ อยู่ ๆ ลูกเริ่มมีไข้ บอกว่าเจ็บคอ ไม่อยากกินอะไร บางคนเมื่อคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตในช่องปาก อาจพบว่ามีตุ่มหรือแผลเล็ก ๆ อยู่ภายในปาก
อาการแบบนี้ทำให้พ่อแม่กังวลได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อเด็กเล็กยังบอกไม่ได้ชัดว่าเจ็บตรงไหน หลายคนจึงเริ่มสงสัยว่า “เป็นมือเท้าปากหรือเปล่า?” “เป็นเฮอร์แปงไจน่าไหม?” หรือถ้ายังไม่มีผื่นขึ้นที่มือและเท้า จะตัดโรคมือเท้าปากออกได้หรือไม่
คำตอบคือ ยังไม่ควรรีบสรุปจากอาการใดอาการหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ไข้ เจ็บคอ แผลในปาก และกินได้น้อย เป็นอาการที่พบร่วมกันได้ในหลายโรค โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสในเด็ก เช่น เฮอร์แปงไจน่าและโรคมือเท้าปาก สิ่งที่พ่อแม่ควรสังเกตควบคู่กันจึงไม่ใช่เพียงตำแหน่งของแผลหรือมีผื่นหรือไม่ แต่ควรดูด้วยว่า ลูกยังดื่มน้ำได้มากน้อยแค่ไหน ปัสสาวะเป็นปกติหรือไม่ และอาการโดยรวมกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง
ทำไมลูกมีแผลในปากแล้วถึงไม่ยอมกิน?
บางครั้งที่ลูกไม่ยอมกิน ไม่ได้หมายความว่าเด็กเบื่ออาหารเพราะมีไข้เพียงอย่างเดียว แผลในช่องปากอาจทำให้เจ็บเวลาต้องเคี้ยวหรือกลืน เด็กบางคนจึงกินอาหารน้อยลง ดื่มน้ำน้อยลง น้ำลายไหลมากกว่าปกติ หรือเลือกดื่มของเย็นเพราะรู้สึกเจ็บน้อยกว่า
ในโรคมือเท้าปาก แผลในช่องปากอาจทำให้เจ็บจนเด็กกินและดื่มได้น้อยลง และหากได้รับน้ำไม่เพียงพอ เด็กเล็กอาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้
ดังนั้นในช่วงที่ลูกเจ็บปาก พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องกังวลเพียงว่า “วันนี้กินข้าวได้น้อยไปไหม” แต่ควรให้ความสำคัญมากกว่าว่า ลูกยังสามารถรับน้ำได้เพียงพอหรือไม่
มีไข้ เจ็บคอ แผลในปาก อาจเป็นอะไรได้บ้าง?
อาการชุดนี้ไม่ได้ชี้ไปที่โรคใดโรคหนึ่งเสมอไป แต่ลักษณะบางอย่างอาจช่วยให้พ่อแม่สังเกตเบื้องต้นได้
- เฮอร์แปงไจน่า
เด็กที่เป็นเฮอร์แปงไจน่ามักมีไข้ เจ็บคอ เบื่ออาหารหรือเจ็บเวลากลืน และอาจพบตุ่มหรือแผลบริเวณด้านหลังของช่องปาก เช่น เพดานอ่อนหรือบริเวณใกล้คอหอย
ลักษณะของเฮอร์แปงไจน่าแตกต่างจากโรคมือเท้าปากตรงที่ โดยทั่วไปไม่ได้มีผื่นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าเป็นลักษณะเด่น
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องพยายามเปิดปากลูกเพื่อหาตำแหน่งแผลอย่างละเอียด เพราะเด็กที่เจ็บปากอาจไม่ยอมให้ตรวจ และตำแหน่งของแผลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันการวินิจฉัยได้
- โรคมือเท้าปาก
โรคมือเท้าปากอาจเริ่มจากไข้ เจ็บคอ รู้สึกไม่สบาย และกินหรือดื่มได้น้อยลง จากนั้นจึงเริ่มพบแผลในปากและผื่นที่ผิวหนัง อาการระยะแรกจึงอาจยังไม่เห็นผื่นที่มือและเท้าทันที
ผื่นมักพบที่มือและเท้า แต่อาจพบบริเวณก้นหรือส่วนอื่นของร่างกายได้เช่นกัน ส่วนแผลในปากอาจเจ็บจนทำให้เด็กไม่อยากกินหรือดื่ม
ดังนั้น หากเริ่มต้นพบเพียงไข้กับแผลในปาก แต่ยังไม่เห็นผื่น ก็ ยังไม่สามารถตัดโรคมือเท้าปากออกได้ทันที
- แผลในปากจากสาเหตุอื่น
ไม่ใช่ทุกแผลในปากของเด็กจะเป็นเฮอร์แปงไจน่าหรือมือเท้าปาก
แผลในปากจากสาเหตุอื่น เช่น แผลร้อนใน ก็สามารถพบได้ในเด็กเช่นกัน โดยลักษณะและอาการร่วมอาจแตกต่างกันไป หากมีไข้ร่วมด้วย มีแผลหลายตำแหน่ง หรือเด็กมีอาการไม่สบายมาก ควรให้แพทย์ประเมินเพื่อหาสาเหตุ
ดังนั้น แทนที่จะพยายามวินิจฉัยจากรูปในอินเทอร์เน็ต พ่อแม่สามารถใช้ลักษณะอาการเป็นข้อมูลเบื้องต้น แล้วดูอาการของลูกโดยรวมประกอบกัน
ถ้ายังไม่มีผื่นที่มือและเท้า เป็นมือเท้าปากได้ไหม?
เป็นไปได้
โรคมือเท้าปากไม่ได้จำเป็นต้องแสดงอาการทั้งหมดพร้อมกันตั้งแต่เริ่มป่วย เด็กบางคนอาจเริ่มจากไข้ เจ็บคอ หรือไม่อยากกิน ก่อนที่จะเริ่มเห็นแผลในปากหรือผื่นตามมา
อาการของมือเท้าปากมักประกอบด้วยไข้ แผลในปาก และผื่นที่ผิวหนัง โดยเด็กอาจมีอาการกินหรือดื่มน้อยลงและเจ็บคอร่วมด้วย
ดังนั้น หากลูกเพิ่งเริ่มมีไข้และเจ็บปาก การสังเกตอาการต่อในช่วงถัดไปจึงมีความสำคัญ หากเริ่มมีผื่นขึ้นที่มือ เท้า ก้น หรือบริเวณอื่นของร่างกาย ก็เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ง่ายขึ้น
ลูกไม่ยอมกินข้าว แต่ยังดื่มน้ำได้ ต้องกังวลไหม?
ช่วงที่มีแผลในปาก เด็กอาจกินอาหารได้น้อยลงกว่าปกติชั่วคราว เพราะอาหารบางชนิดทำให้เจ็บหรือระคายเคืองแผล
หากลูกยังรู้สึกตัวดี ยังจิบน้ำหรือนมได้ มีปัสสาวะตามปกติ และอาการโดยรวมไม่ได้แย่ลง สิ่งสำคัญในช่วงแรกคือช่วยให้เด็กได้รับน้ำอย่างเพียงพอ และเลือกอาหารที่รับประทานได้ง่าย
อาจเลือกเป็นอาหารเนื้อนุ่ม กลืนง่าย หรือเครื่องดื่มเย็นที่เด็กยอมรับได้ และหลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด เค็มจัด เผ็ด หรือเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรด เช่น น้ำผลไม้บางชนิด ซึ่งอาจทำให้แผลระคายเคืองมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ลูกกินอาหารมื้อใหญ่ในขณะที่ยังเจ็บปาก แต่ควรติดตามการดื่มน้ำและปัสสาวะอย่างใกล้ชิด
ดูอย่างไรว่าลูกเริ่มได้รับน้ำไม่เพียงพอ?
นี่เป็นจุดที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเด็กเล็กอาจเกิดภาวะขาดน้ำได้เมื่อเจ็บปากจนไม่ยอมดื่ม
อาการที่ควรสังเกต เช่น
- ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติอย่างชัดเจน
- ปากแห้ง
- ร้องไห้แล้วมีน้ำตาน้อยหรือไม่มีน้ำตา
- ไม่ค่อยยอมดื่ม หรือดื่มไม่ได้
- ดูอ่อนเพลียหรือซึมกว่าปกติ
- ในทารก อาจสังเกตว่าจำนวนผ้าอ้อมเปียกลดลงอย่างชัดเจน
หากเด็กดื่มได้น้อยลงมาก ปัสสาวะลดลง หรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
ภาวะขาดน้ำได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์ โดยเฉพาะหากเริ่มมีสัญญาณของการได้รับน้ำไม่เพียงพอ
มีไข้สูงแค่ไหนถึงต้องพาไปหาหมอ?
เวลาลูกมีไข้ พ่อแม่มักดูตัวเลขบนเครื่องวัดอุณหภูมิเป็นอันดับแรก แต่ ตัวเลขไข้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่สิ่งที่ใช้บอกความรุนแรงของอาการทั้งหมด
สิ่งที่ควรดูพร้อมกันคือสภาพโดยรวมของเด็ก
เด็กที่มีไข้แต่ยังพูดคุย เล่น หรือดื่มน้ำได้ใกล้เคียงปกติ ย่อมแตกต่างจากเด็กที่มีไข้ร่วมกับอาการซึมลง ไม่ยอมดื่ม หายใจผิดปกติ หรือปลุกตื่นยาก
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับพฤติกรรมและสภาพโดยรวมของเด็กควบคู่กับระดับไข้
ข้อสำคัญ: ทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนที่มีอุณหภูมิ 38°C ขึ้นไป ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว แม้จะยังดูไม่ป่วยมากก็ตาม
อาการแบบไหนควรพาลูกพบกุมารแพทย์?
หากลูกมีไข้ เจ็บคอ และแผลในปาก แต่พ่อแม่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร การพามาตรวจไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้ได้ชื่อโรค
กุมารแพทย์จะประเมินว่าเด็กมีอาการรุนแรงเพียงใด ยังได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ ลักษณะของแผลและผื่นสอดคล้องกับโรคใด และมีอาการอื่นที่จำเป็นต้องดูแลเพิ่มเติมหรือไม่
ควรพาลูกมาพบแพทย์เมื่อ
- เจ็บปากมากจนกินหรือดื่มได้น้อยลงอย่างชัดเจน
- ปัสสาวะน้อยลง
- ปากแห้ง หรือมีสัญญาณสงสัยภาวะขาดน้ำ
- ไข้ต่อเนื่องหรืออาการไม่ดีขึ้น
- มีแผลในปากจำนวนมาก หรือพ่อแม่ไม่แน่ใจว่าเป็นแผลลักษณะใด
- เด็กดูอ่อนเพลียหรือซึมลงกว่าปกติ
- มีอาการใหม่เพิ่มขึ้น หรืออาการโดยรวมแย่ลง
- เป็นเด็กเล็กมาก หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้พ่อแม่กังวล
หากลูกมีอาการผิดปกติชัดเจน เช่น หายใจลำบาก ปลุกตื่นยากมาก ชัก ดื่มไม่ได้เลย หรืออาเจียนซ้ำจนไม่สามารถรับน้ำได้ ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

ไปพบกุมารแพทย์แล้ว หมอจะตรวจอะไร?
ในเด็กที่มีไข้ แผลในปาก หรือสงสัยเฮอร์แปงไจน่าและมือเท้าปาก ส่วนใหญ่กุมารแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย
แพทย์อาจประเมินว่า
- ไข้เริ่มมานานแค่ไหน
- เด็กกินและดื่มได้มากน้อยเพียงใด
- มีอาเจียนหรืออาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่
- ตำแหน่งและลักษณะของแผลในปากเป็นอย่างไร
- มีผื่นบริเวณมือ เท้า ก้น หรือส่วนอื่นของร่างกายหรือไม่
- เด็กมีภาวะขาดน้ำหรือไม่
- ความรู้สึกตัวและสภาพโดยรวมของเด็กเป็นอย่างไร
การติดเชื้อจากกลุ่ม Enterovirus หลายกรณีสามารถประเมินจากประวัติและการตรวจร่างกายได้ และไม่จำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการในเด็กทุกคน
ดังนั้น การพาลูกมาหาหมอไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจาะเลือดหรือตรวจหลายอย่างเสมอไป แต่แพทย์จะเลือกการตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีข้อบ่งชี้จากอาการและการตรวจร่างกายของเด็กแต่ละราย
ถ้าเป็นเฮอร์แปงไจน่าหรือมือเท้าปาก ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?
เฮอร์แปงไจน่าและมือเท้าปากส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ยาปฏิชีวนะจึงไม่ได้ใช้รักษาเชื้อไวรัสเหล่านี้โดยตรง
การดูแลส่วนใหญ่เน้นช่วยลดความไม่สบายจากไข้และแผลในปาก รวมถึงดูแลให้เด็กได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
การใช้ยาลดไข้หรือยาแก้ปวดในเด็กควรเลือกชนิดและขนาดยาให้เหมาะกับอายุและน้ำหนัก และควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
ไม่ควรให้ยาแอสไพรินแก่เด็กโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และไม่ควรนำยาปฏิชีวนะ ยาพ่น หรือยาทาแผลในปากของผู้ใหญ่มาใช้กับเด็กเอง
สิ่งที่พ่อแม่ควรจำ ไม่ใช่แค่ “แผลอยู่ตรงไหน”
เวลาลูกมีไข้และแผลในปาก เป็นธรรมดาที่พ่อแม่จะพยายามเปรียบเทียบว่าแผลเหมือนเฮอร์แปงไจน่าหรือมือเท้าปากมากกว่ากัน
แต่ในชีวิตจริง อาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกัน และในช่วงเริ่มต้นอาการบางอย่างอาจยังไม่ปรากฏ
สิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้มากกว่าคือถามตัวเองง่าย ๆ ว่า
ลูกยังดื่มน้ำได้ไหม?
ปัสสาวะยังเป็นปกติไหม?
ยังพูดคุย เล่น และตอบสนองใกล้เคียงเดิมหรือไม่?
อาการโดยรวมกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง?
หากคำตอบเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่น่ากังวล ไม่จำเป็นต้องรอให้มีผื่นครบตามตำราหรือรอให้รู้ก่อนว่าเป็นโรคอะไร จึงค่อยพาลูกมาพบแพทย์
สรุป ลูกมีไข้ เจ็บคอ มีแผลในปาก ไม่ยอมกิน ควรทำอย่างไร?
อาการไข้ เจ็บคอ มีแผลในปาก และกินได้น้อย อาจพบได้ทั้งในเฮอร์แปงไจน่า มือเท้าปาก หรือเกิดจากสาเหตุอื่น จึงไม่ควรวินิจฉัยจากแผลหรือผื่นเพียงอย่างเดียว
ในช่วงแรก สิ่งสำคัญคือช่วยให้ลูกได้รับน้ำอย่างเพียงพอ เลือกอาหารที่กลืนง่าย สังเกตปัสสาวะ ความสดใส และดูว่าอาการกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง
หากลูกเจ็บปากจนไม่ยอมดื่ม ปัสสาวะลดลง มีสัญญาณขาดน้ำ ซึมลง ไข้หรืออาการไม่ดีขึ้น หรือพ่อแม่ไม่แน่ใจว่าอาการที่เห็นควรกังวลหรือไม่ ควรพาเด็กมาพบกุมารแพทย์เพื่อรับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสมกับอาการของเด็กแต่ละราย
ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม พร้อมให้บริการประเมินอาการและดูแลสุขภาพเด็กโดยกุมารแพทย์
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ หากเด็กมีอาการรุนแรงหรือผู้ปกครองมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการ ควรปรึกษาแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
Q: ลูกมีไข้และแผลในปาก แต่ไม่มีผื่น เป็นมือเท้าปากได้ไหม?
A: เป็นไปได้ เพราะอาการของโรคมือเท้าปากอาจไม่ได้ปรากฏพร้อมกันทั้งหมดตั้งแต่เริ่มป่วย เด็กบางคนอาจเริ่มจากไข้ เจ็บคอ หรือกินได้น้อย ก่อนที่จะเริ่มเห็นแผลในปากหรือผื่นตามมา ดังนั้นการยังไม่มีผื่นในช่วงแรกจึงไม่สามารถตัดโรคมือเท้าปากออกได้
Q: ลูกไม่ยอมกินข้าว แต่ยังกินนมและดื่มน้ำได้ ควรทำอย่างไร?
A: หากลูกยังดื่มน้ำหรือนมได้ ปัสสาวะเป็นปกติ และยังรู้สึกตัวดี อาจให้รับประทานอาหารนุ่มหรืออาหารที่กลืนง่ายตามที่เด็กยอมรับได้ โดยไม่จำเป็นต้องบังคับให้กินมื้อใหญ่ในช่วงที่เจ็บปาก สิ่งสำคัญคือให้เด็กได้รับน้ำอย่างเพียงพอ หากเริ่มดื่มได้น้อยลงมากหรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ ควรพาไปพบแพทย์
Q: แผลในปากเด็กทุกครั้งคือเฮอร์แปงไจน่าหรือมือเท้าปากไหม?
A: ไม่ใช่ แผลในปากสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากมีแผลเพียงเล็กน้อยและไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ แต่หากมีไข้ แผลหลายตำแหน่ง เหงือกบวมผิดปกติ ดื่มน้ำหรือกลืนลำบาก หรือเด็กดูไม่สบายมากขึ้น ควรให้กุมารแพทย์ประเมินเพื่อหาสาเหตุ
Q: ถ้าลูกยังไม่มีผื่น ควรรอให้ผื่นขึ้นก่อนค่อยไปหาหมอไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องรอ หากลูกดื่มได้น้อย ปัสสาวะน้อยลง ซึมลง หายใจผิดปกติ หรือมีอาการที่ทำให้พ่อแม่กังวล สามารถพาเด็กมาพบแพทย์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการครบทุกอย่าง
Q: กุมารแพทย์ต้องเจาะเลือดทุกครั้งไหม?
A: ไม่จำเป็น เด็กหลายรายสามารถประเมินเบื้องต้นได้จากการซักประวัติ อาการ และการตรวจร่างกาย แพทย์จะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามอาการและความจำเป็นของเด็กแต่ละราย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย:
พญ.วีณารัตน์ นนทสิทธิ์
แพทย์เฉพาะทาง กุมารเวชศาสตร์
โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ หนองแขม
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว.34249
ติดต่อศูนย์กุมารเวช รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม
02-441-6999
หรือ ติดต่อได้ผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ Line
หรือ สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษา