เมื่อมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจนเข้าสู่ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว
ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวนมากมักเริ่มต้นจากอาการที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง ง่วงนอนในเวลากลางวัน นอนกรนเสียงดัง หรือตรวจสุขภาพแล้วพบความผิดปกติของค่าการทำงานของตับ ก่อนจะได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว
ในทางการแพทย์ ไขมันสะสมบริเวณช่องท้องและอวัยวะภายใน (Visceral Fat) ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาวะอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด การดูแลน้ำหนักอย่างเหมาะสมจึงมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคเหล่านี้
3 โรคร่วมที่พบบ่อยในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA)
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไขมันสะสมบริเวณลำคอและทางเดินหายใจส่วนบน อาจทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง ส่งผลให้เกิดอาการนอนกรนเสียงดัง หรือเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นช่วง ๆ
ผู้ป่วยอาจมีอาการสะดุ้งตื่นกลางดึก นอนหลับไม่สนิท ปวดศีรษะหลังตื่นนอน อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือมีอาการง่วงนอนในเวลากลางวัน แม้จะนอนหลับเป็นเวลานานก็ตาม
- ภาวะไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ
ภาวะไขมันพอกตับไม่ได้เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน หรือภาวะดื้ออินซูลิน มีความเสี่ยงต่อการเกิดไขมันสะสมในตับได้เช่นกัน
ในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติ แต่หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจเกิดการอักเสบของตับ พังผืดในตับ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับเรื้อรังในอนาคต
- ภาวะดื้ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ไขมันสะสมส่วนเกิน โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง มีความสัมพันธ์กับการตอบสนองต่ออินซูลินที่ลดลง ส่งผลให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีเท่าที่ควร
เมื่อภาวะดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลิน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต

เปรียบเทียบอาการอ่อนเพลีย: แบบไหนอาจสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ?
| อาการที่สังเกตได้ | อ่อนเพลียจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือความเครียด | อ่อนเพลียที่อาจสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) |
| เสียงกรนขณะหลับ | อาจกรนเป็นครั้งคราว หรือไม่กรนเลย | กรนเสียงดังเป็นประจำเกือบทุกคืน บางครั้งมีช่วงเงียบคล้ายหยุดหายใจ หรือมีอาการสะดุ้ง สำลักขณะหลับ |
| ความรู้สึกหลังตื่นนอน | เมื่อได้นอนเพียงพอ มักรู้สึกสดชื่นขึ้น | แม้นอนหลับหลายชั่วโมง แต่ยังรู้สึกไม่สดชื่น หรือมีอาการปวดศีรษะหลังตื่นนอน |
| อาการระหว่างวัน | ง่วงบ้างในช่วงบ่าย หรือหลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ | ง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวัน สมาธิลดลง หรือเผลอหลับระหว่างทำกิจกรรม |
| ปัจจัยเสี่ยงร่วม | อาจสัมพันธ์กับความเครียด การทำงานหนัก หรือการนอนดึก | พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน รอบคอใหญ่ ความดันโลหิตสูง หรือโรคทางเดินหายใจบางชนิด |
ดูแลน้ำหนักอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงโรคร่วมและภาวะแทรกซ้อน
สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน หรือมีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ การลดน้ำหนักควรดำเนินการอย่างเหมาะสมและปลอดภัย เนื่องจากการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายอย่างหักโหมโดยไม่ได้รับการประเมินสุขภาพ อาจไม่เหมาะสมในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะไขมันพอกตับ
ก่อนเริ่มโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก แพทย์จะทำการประเมินสุขภาพโดยรวม ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจเลือด การประเมินระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต ตลอดจนการคัดกรองโรคร่วมที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักเกิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
แนวทางการดูแลน้ำหนักแบบองค์รวม (Comprehensive Weight Management) มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพโดยรวมอย่างต่อเนื่อง โดยในบางราย แพทย์อาจพิจารณาแนวทางทางการแพทย์เพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อสนับสนุนการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงของโรคร่วมที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการลดตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนัก แต่คือการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ปรับปรุงคุณภาพชีวิต และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาวอย่างยั่งยืน
(หมายเหตุ: การตอบสนองต่อแนวทางการดูแลสุขภาพและผลลัพธ์ที่ได้รับแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมก่อนเริ่มโปรแกรมทุกครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม:
-สำหรับผู้ที่สนใจแนวทางการดูแลสุขภาพโดยแพทย์เฉพาะทาง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 👉 ดูแลทุกปัญหาน้ำหนักเกิน คืนสุขภาพดี… ด้วยแนวทางการดูแลเฉพาะบุคคลระดับโรงพยาบาล
-หากต้องการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นด้วยค่า BMI และอ่านภาพรวมของระดับความอ้วน สามารถอ่านต่อได้ที่ 👉 เช็กด่วน! คุณกำลังเข้าข่าย “โรคอ้วน” หรือไม่? รวมวิธีควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ภาวะอ้วนลงพุงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง?
A: การมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องหรือไขมันในอวัยวะภายใน (Visceral Fat) ในปริมาณมาก มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มโรคเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะไขมันพอกตับ รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) การดูแลน้ำหนักและลดไขมันส่วนเกินจึงเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้
Q: ภาวะไขมันพอกตับเกี่ยวข้องกับความอ้วนจริงหรือไม่?
A: ภาวะไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ (MASLD) พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน ภาวะดื้ออินซูลิน หรือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวสามารถพบได้ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติบางรายเช่นกัน การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่เหมาะสม และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลและลดความเสี่ยงของโรค
Q: มีอาการนอนกรนและอ่อนเพลียในเวลากลางวัน ควรทำอย่างไร?
A: อาการนอนกรนร่วมกับความอ่อนเพลีย ง่วงนอนในเวลากลางวัน หรือตื่นนอนไม่สดชื่น อาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ โดยแพทย์อาจพิจารณาการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมอาจช่วยลดความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม แนวทางการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และอาจรวมถึงการปรับพฤติกรรม การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) หรือการรักษาอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์
Q: น้ำหนักลดลงแล้ว ภาวะนอนกรนจะหายไปหรือไม่?
A: ในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การลดน้ำหนักอาจช่วยลดไขมันสะสมบริเวณลำคอและทางเดินหายใจส่วนบน ส่งผลให้ความรุนแรงของอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับลดลงได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และควรได้รับการติดตามประเมินโดยแพทย์อย่างต่อเนื่อง
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย:
พญ. เปรมกมล ภัทรอิทธิกุล
แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมผ่านกล้อง
โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ หนองแขม
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว.51540
แผนกศัลยกรรมผ่านกล้อง
02-441-6999
หรือ ติดต่อได้ผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ Line
หรือ สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษา