5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ ไขข้อข้องใจก่อนตัดสินใจรักษา 

ความเชื่อเรื่องการตัดมดลูกแล้วจะทำให้แก่เร็วหรือเข้าสู่วัยทองทันทีนั้น ไม่เป็นความจริง หากแพทย์พิจารณาผ่าตัดนำมดลูกออกแต่ยังคงเก็บรังไข่ไว้ ร่างกายจะยังผลิตฮอร์โมนเพศหญิงได้ตามปกติ การผ่าตัดจะส่งผลเพียงแค่ไม่มีประจำเดือนและไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เท่านั้น ผู้ป่วยยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรงและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ ไขข้อข้องใจก่อนตัดสินใจรักษา 

เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคทางนรีเวช เช่น เนื้องอกมดลูก หรือซีสต์รังไข่ ผู้หญิงหลายคนอาจรู้สึกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังการรักษา โดยเฉพาะเรื่องวัยทอง การมีบุตร ความรู้สึกทางเพศ และระยะเวลาพักฟื้น

ความกังวลเหล่านี้ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากข้อมูลที่บอกต่อกันมา ซึ่งบางเรื่องอาจไม่ถูกต้องหรือไม่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทุกคน

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกับ 5 ความเชื่อเกี่ยวกับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ พร้อมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยมีข้อมูลประกอบการพูดคุยกับแพทย์และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตนเอง

ความเชื่อที่ 1: ตัดมดลูกแล้ว จะเข้าสู่วัยทองและแก่เร็วขึ้นทันที 

ความจริง: การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเกี่ยวข้องกับการทำงานของรังไข่เป็นหลัก ไม่ใช่การมีหรือไม่มีมดลูกเพียงอย่างเดียว

หากเป็นการผ่าตัดนำมดลูกออก แต่ยังคงเก็บรังไข่ไว้ รังไข่ยังสามารถทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนต่อไปได้ ผู้ป่วยจึงไม่ได้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนทันทีเพียงเพราะไม่มีมดลูก อย่างไรก็ตาม การทำงานของรังไข่อาจเปลี่ยนแปลงได้หลังการผ่าตัดในบางราย และผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนหลังการตัดมดลูกคือ จะไม่มีประจำเดือนอีกต่อไป และไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

ในกรณีที่มีการผ่าตัดนำรังไข่ออกทั้งสองข้างก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนจะลดลงอย่างรวดเร็วและอาจทำให้เกิดอาการของวัยหมดประจำเดือน เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน หรือช่องคลอดแห้งได้ แพทย์จะประเมินความเหมาะสมของการรักษาเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล

อ่านเพิ่มเติม ผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว https://vichaivej-nongkhaem.com/health-info/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87

 

ความเชื่อที่ 2: ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกแล้ว จะมีลูกไม่ได้อีก

ความจริง: ไม่จำเป็นเสมอไป

การรักษาเนื้องอกมดลูกมีหลายวิธี และในผู้ที่ยังต้องการมีบุตร แพทย์อาจพิจารณา การผ่าตัดนำเฉพาะก้อนเนื้องอกออก (Myomectomy) โดยเก็บมดลูกไว้

หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยบางรายยังสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ความสามารถในการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพของระบบสืบพันธุ์ ขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก จำนวนก้อน รวมถึงวิธีการผ่าตัด

หลังผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนวางแผนตั้งครรภ์ เนื่องจากแผลบริเวณมดลูกจำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

อ่านเพิ่มเติม เนื้องอกมดลูกขนาดเท่าไหร่ ถึงต้องผ่าตัด https://vichaivej-nongkhaem.com/health-info/myoma-surgery-size-criteria

ความเชื่อที่ 3: หลังผ่าตัดมดลูก จะสูญเสียความรู้สึกทางเพศ

ความจริง: การผ่าตัดมดลูกไม่ได้หมายความว่าจะสูญเสียความรู้สึกหรือความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์เสมอไป

การตอบสนองทางเพศของผู้หญิงมีหลายปัจจัย ทั้งด้านร่างกาย ฮอร์โมน ความรู้สึก อารมณ์ ความสัมพันธ์ และโรคหรืออาการที่เป็นอยู่ก่อนการผ่าตัด

ในผู้ที่ยังมีรังไข่ การทำงานของรังไข่และฮอร์โมนเพศอาจยังคงอยู่ ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้นหลังการรักษา เนื่องจากอาการที่เคยรบกวน เช่น เลือดออกผิดปกติหรืออาการปวดลดลง

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีประสบการณ์แตกต่างกัน และในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดควรงดการมีเพศสัมพันธ์ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้แผลภายในฟื้นตัวอย่างเหมาะสม

ความเชื่อที่ 4: การผ่าตัดทางนรีเวช ต้องมีแผลขนาดใหญ่และเจ็บปวดมาก

ความจริง: ในอดีต การผ่าตัดมดลูกหรือรังไข่อาจต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องแนวยาว ซึ่งทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่และใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ในปัจจุบัน วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก มีเทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Laparoscopic Surgery)

เทคโนโลยีนี้ใช้การเจาะรูเล็กๆ บริเวณหน้าท้องเพียง 3-4 รู ขนาดรูละไม่เกิน 1 เซนติเมตร ทำให้แผลมีขนาดเล็กมาก ลดการกระทบกระเทือนต่ออวัยวะภายใน ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า ฟื้นตัวได้ไว สามารถลุกเดินได้ในเวลาอันสั้น และลดโอกาสการเกิดพังผืดในช่องท้อง

ความเชื่อที่ 5: ปล่อยเนื้องอกมดลูกไว้จนหมดประจำเดือน เดี๋ยวก็ยุบเอง 

ความจริง: แม้จะเป็นความจริงที่ว่า ก้อนเนื้องอกมดลูกอาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเจริญเติบโต และอาจมีขนาดเล็กลงหรือฝ่อไปเองได้เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน แต่นั่นใช้ได้กับก้อนเนื้องอกที่ยังมีขนาดเล็กและไม่ได้ก่อให้เกิดอาการรุนแรงเท่านั้น

หากผู้ป่วยมีเนื้องอกขนาดใหญ่หรือมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมากจนซีด ปวดท้องรุนแรง ก้อนเบียดทับกระเพาะปัสสาวะ การทนรอให้ก้อนยุบเองอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อชีวิต เช่น ภาวะไตวายจากการกดทับท่อไต หรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากความซีดขั้นรุนแรง การเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงมีความปลอดภัยกว่าการปล่อยทิ้งไว้

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาการผ่าตัด?

การตัดสินใจผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจากขนาดของก้อนเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินร่วมกันหลายปัจจัย เช่น

  • อาการและความรุนแรงของอาการ
  • ขนาด จำนวน และตำแหน่งของก้อน
  • ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
  • การตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น
  • อายุและสุขภาพโดยรวม
  • ความต้องการมีบุตรในอนาคต
  • ผลการตรวจและลักษณะของก้อน

ดังนั้น ผู้ที่ตรวจพบเนื้องอกมดลูกหรือความผิดปกติของรังไข่ควรพูดคุยกับแพทย์เพื่อทำความเข้าใจทางเลือกในการรักษา ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง

สรุป: เข้าใจโรคก่อนตัดสินใจรักษา

การผ่าตัดมดลูกหรือรังไข่เป็นการรักษาที่มีรายละเอียดแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ความเชื่อที่ว่า “ตัดมดลูกแล้วต้องแก่เร็ว” “ผ่าตัดเนื้องอกแล้วมีลูกไม่ได้” หรือ “ผ่าตัดแล้วต้องมีแผลใหญ่” จึงไม่สามารถใช้สรุปกับผู้ป่วยทุกคนได้

ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาหลายรูปแบบ รวมถึงการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชในผู้ป่วยที่เหมาะสม โดยแพทย์จะเลือกแนวทางที่เหมาะสมจากโรค อาการ สุขภาพ และความต้องการของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ หรือโรคทางนรีเวชอื่น ๆ ควรพูดคุยกับสูตินรีแพทย์เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ทางเลือกในการรักษา ประโยชน์และความเสี่ยงของแต่ละวิธี ก่อนร่วมกันตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา

ศูนย์สูตินรีเวช โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม พร้อมให้บริการตรวจประเมินและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสตรีโดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่

  1. หลังตัดมดลูก ต้องใช้ฮอร์โมนทดแทนหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนทดแทนทุกราย หากผ่าตัดนำมดลูกออกแต่ยังเก็บรังไข่ไว้ รังไข่ยังสามารถผลิตฮอร์โมนได้ โดยการพิจารณาฮอร์โมนทดแทนขึ้นอยู่กับว่ามีการผ่าตัดรังไข่ร่วมด้วยหรือไม่ อายุ อาการ และปัจจัยด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล

หากมีการนำรังไข่ออกทั้งสองข้างก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทนในผู้ป่วยที่เหมาะสม โดยต้องประเมินประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

  1. หลังผ่าตัดสามารถยกของหนักหรือออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?

ระยะเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันตามชนิดของการผ่าตัด แผลผ่าตัด และการฟื้นตัวของผู้ป่วย โดยทั่วไปควรเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากหรือยกของหนักจนกว่าแพทย์จะอนุญาต

  1. หลังตัดมดลูกจะน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรืออ้วนง่ายจริงหรือไม่?

การตัดมดลูกไม่ได้หมายความว่าจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยตรง น้ำหนักตัวได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น อายุ การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน

  1. ต้องลางานกี่วันหลังผ่าตัดผ่านกล้อง?

ระยะเวลาพักฟื้นและการกลับไปทำงานแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดและความซับซ้อนของการผ่าตัด ลักษณะงาน และสภาพร่างกาย โดยงานที่ไม่ต้องใช้แรงมากอาจกลับไปทำงานได้เร็วกว่างานที่ต้องใช้แรงหรือยกของหนัก ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา

  1. หลังผ่าตัดมดลูก ยังมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้หลังแผลผ่าตัดฟื้นตัวเหมาะสม แต่ควรรอจนกว่าแพทย์จะประเมินว่าแผลหายดีและสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัย ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามชนิดของการผ่าตัดและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผ่าตัดทางนรีเวช ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัย การประเมินความเสี่ยง หรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ทางเลือกในการรักษา วิธีการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อน และระยะเวลาพักฟื้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโรค สุขภาพโดยรวม และดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย:
นพ.ศักดิ์นันท์ พาณิชย์พงศ์พัฒน์
แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ หนองแขม
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว.27373


ติดต่อ ศูนย์สูตินรีเวช รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม

02-441-6999

หรือ ติดต่อได้ผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ  Line
หรือ สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษา
แผนที่การเดินทาง https://maps.app.goo.gl/gfpniWd1QzeZ89p97

Line