ปวดประจำเดือนมากผิดปกติ คลำเจอก้อน เสี่ยงเนื้องอกมดลูกหรือซีสต์รังไข่หรือไม่? 

สัญญาณเตือนเนื้องอกมดลูกและซีสต์รังไข่ที่ต้องรีบพบแพทย์ ได้แก่ ปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประจำเดือนมามากผิดปกติหรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ คลำเจอก้อนที่ท้องน้อย ปวดหน่วงลงหน้าขา และปัสสาวะบ่อยแต่กะปริบกะปรอย หากมีอาการเหล่านี้ควรตรวจอัลตราซาวด์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

ปวดประจำเดือนมากผิดปกติ คลำเจอก้อน เสี่ยงเนื้องอกมดลูกหรือซีสต์รังไข่หรือไม่

อาการปวดประจำเดือนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนคุ้นเคย แต่หากอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทบต่อการใช้ชีวิต ต้องหยุดงานหรือหยุดเรียน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ประจำเดือนมามากผิดปกติ ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือรู้สึกว่ามีก้อนบริเวณท้องน้อย อาการเหล่านี้ไม่ควรมองข้าม

อาการดังกล่าวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะปวดประจำเดือนทั่วไป ไปจนถึงโรคทางนรีเวช เช่น เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids), เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือ ซีสต์รังไข่ (Ovarian Cyst) การตรวจโดยสูตินรีแพทย์จะช่วยประเมินสาเหตุและเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสม

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ อาการเนื้องอกมดลูก และอาการซีสต์ในรังไข่ รวมถึงสัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์

ปวดประจำเดือนมากแค่ไหน จึงควรพบแพทย์

อาการปวดประจำเดือนเล็กน้อยถึงปานกลางสามารถพบได้ในผู้หญิงทั่วไป แต่หากอาการปวดมีความรุนแรงหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ปวดประจำเดือนรุนแรงจนรบกวนการทำงาน การเรียน หรือกิจวัตรประจำวัน
  • อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละรอบเดือน
  • ต้องใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำหรือใช้ยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
  • มีประจำเดือนมามากหรือมานานผิดปกติ
  • มีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน
  • ปวดท้องน้อยแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ปัสสาวะบ่อยหรือขับถ่ายลำบาก โดยเฉพาะหากมีอาการท้องน้อยโตหรือคลำพบก้อนร่วมด้วย

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นเนื้องอกมดลูกหรือซีสต์รังไข่เสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

 

เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids) คืออะไร? 

เนื้องอกมดลูก คือ ก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณมดลูก โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายและไม่ใช่มะเร็ง

เนื้องอกมดลูกอาจมีขนาดและตำแหน่งแตกต่างกัน บางคนไม่มีอาการและตรวจพบโดยบังเอิญ ขณะที่บางคนอาจมีอาการ เช่น

  • ประจำเดือนมามากหรือมานานกว่าปกติ
  • ปวดหรือรู้สึกหนักบริเวณท้องน้อย
  • ท้องน้อยโตหรือรู้สึกคลำได้ก้อน
  • ปัสสาวะบ่อย หากก้อนมีขนาดใหญ่และกดกระเพาะปัสสาวะ
  • ท้องผูกหรือรู้สึกถ่ายลำบาก หากก้อนกดเบียดบริเวณลำไส้
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในบางราย ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของก้อน

การมีเนื้องอกมดลูกไม่ได้หมายความว่าจะต้องผ่าตัดทุกราย แพทย์จะพิจารณาจากขนาด ตำแหน่ง จำนวนก้อน อาการ อายุ และความต้องการมีบุตรของแต่ละบุคคล

ซีสต์รังไข่ (Ovarian Cyst) คืออะไร? 

ซีสต์รังไข่ หรือถุงน้ำรังไข่ คือ ถุงหรือถุงน้ำที่เกิดขึ้นบริเวณรังไข่ มีหลายชนิดและมีสาเหตุแตกต่างกัน

ซีสต์บางชนิดสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงตามรอบเดือนและสามารถยุบหายได้เอง ขณะที่ซีสต์บางชนิดอาจคงอยู่หรือมีขนาดเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องติดตามหรือรักษาตามความเหมาะสม

ผู้ที่มีซีสต์รังไข่อาจไม่มีอาการใด ๆ หรืออาจมีอาการ เช่น

  • ปวดหรือรู้สึกหนักบริเวณท้องน้อย
  • ท้องอืดหรือรู้สึกแน่นท้อง
  • ปวดระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ปัสสาวะบ่อยหรือขับถ่ายลำบาก หากซีสต์มีขนาดใหญ่
  • ประจำเดือนผิดปกติในบางราย

หนึ่งในภาวะที่เกี่ยวข้องกับซีสต์รังไข่คือ ช็อกโกแลตซีสต์ (Endometrioma) ซึ่งสัมพันธ์กับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยอาจมีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีปัญหาด้านการมีบุตรในบางราย

เนื้องอกมดลูกกับซีสต์รังไข่ แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้งสองภาวะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยหรือรู้สึกแน่นท้องได้ แต่เกิดขึ้นคนละตำแหน่งและมีลักษณะแตกต่างกัน

เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่
เกิดบริเวณมดลูก เกิดบริเวณรังไข่
เป็นก้อนเนื้อจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อของมดลูก เป็นถุงหรือถุงน้ำที่เกิดบริเวณรังไข่
อาจทำให้ประจำเดือนมามากหรือมานาน อาจไม่มีอาการ หรือมีอาการปวดท้องน้อย
หากก้อนมีขนาดใหญ่ อาจกดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ หากมีขนาดใหญ่ อาจทำให้แน่นท้องหรือกดอวัยวะข้างเคียง
บางรายไม่จำเป็นต้องรักษาทันที ซีสต์บางชนิดสามารถยุบได้เอง ขณะที่บางชนิดต้องติดตามหรือรักษา

ดังนั้น การมีอาการปวดท้องน้อยเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดจากเนื้องอกมดลูกหรือซีสต์รังไข่ การตรวจโดยแพทย์จึงมีความสำคัญ

5 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

  1. ปวดประจำเดือนรุนแรงหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
    โดยเฉพาะเมื่อปวดจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ หรือต้องหยุดงานหรือหยุดเรียน
  2. ประจำเดือนมามากหรือมานานผิดปกติ
    เช่น ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยมาก มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ หรือมีอาการอ่อนเพลีย ซีด หรือเหนื่อยง่ายร่วมด้วย
  3. คลำพบก้อนหรือรู้สึกว่าท้องน้อยโตขึ้นผิดปกติ
    ก้อนบริเวณท้องน้อยมีได้หลายสาเหตุ จึงควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
  4. ปัสสาวะบ่อยหรือขับถ่ายลำบากโดยไม่ทราบสาเหตุ
    โดยเฉพาะหากมีอาการท้องน้อยโต แน่นท้อง หรือรู้สึกกดเบียดร่วมด้วย
  5. ปวดท้องน้อยเรื้อรังหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
    อาจพบได้ในโรคทางนรีเวชหลายชนิด จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์

หากปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นทันที

หากมีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด หรืออ่อนเพลียมาก ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับภาวะฉุกเฉินทางนรีเวชบางชนิด เช่น ถุงน้ำรังไข่แตกหรือภาวะรังไข่บิดขั้ว

ตรวจพบเนื้องอกมดลูกหรือซีสต์รังไข่ ต้องผ่าตัดทันทีหรือไม่?

การตรวจพบเนื้องอกมดลูกหรือซีสต์รังไข่ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องผ่าตัดทุกราย แพทย์จะพิจารณาแนวทางการดูแลจากหลายปัจจัย เช่น ชนิดและลักษณะของก้อน ขนาด ตำแหน่ง อาการที่เกิดขึ้น อายุ สุขภาพโดยรวม และความต้องการมีบุตรของผู้ป่วย

หากก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีอาการ หรือมีลักษณะที่แพทย์ประเมินว่าสามารถติดตามได้ แพทย์อาจแนะนำให้เฝ้าติดตามอาการและตรวจเป็นระยะ โดยไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดในทันที

ในกรณีที่มีอาการมาก ก้อนมีขนาดใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลง หรือมีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ซึ่งอาจประกอบด้วยการใช้ยา การติดตามอาการ การทำหัตถการ หรือการผ่าตัดตามข้อบ่งชี้

สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดทางนรีเวชหลายรูปแบบ โดย การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) เป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ความเหมาะสมของวิธีการผ่าตัดขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และตำแหน่งของก้อน รวมถึงสุขภาพและปัจจัยเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย

อ่านเพิ่มเติม: เจาะลึกการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Laparoscopy) แผลเล็ก เจ็บน้อย 

การตรวจวินิจฉัยทำอย่างไร?

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ลักษณะอาการ รอบเดือน ประวัติการตั้งครรภ์และการรักษาที่ผ่านมา รวมถึงตรวจร่างกายตามความเหมาะสม

การตรวจเพิ่มเติมอาจรวมถึง อัลตราซาวด์อุ้งเชิงกราน (Pelvic Ultrasound) ซึ่งอาจตรวจผ่านทางหน้าท้องหรือทางช่องคลอดตามข้อบ่งชี้และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยประเมินมดลูก รังไข่ และลักษณะของก้อนหรือถุงน้ำ

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามอาการและผลการตรวจเบื้องต้น

สรุปคำแนะนำเพื่อสุขภาพสตรี

อาการปวดประจำเดือนไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเสมอไป แต่หากอาการ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดจนกระทบชีวิตประจำวัน ประจำเดือนมามากผิดปกติ ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือคลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

เนื้องอกมดลูกและซีสต์รังไข่เป็นภาวะทางนรีเวชที่พบได้ แต่มีลักษณะและแนวทางการรักษาแตกต่างกัน การตรวจและประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุและวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม

หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรวินิจฉัยโรคด้วยตนเองจากอาการเพียงอย่างเดียว ควรเข้ารับการตรวจโดยสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

แผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม
พร้อมให้บริการตรวจประเมินและดูแลปัญหาสุขภาพสตรีโดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

  1. ปวดประจำเดือนแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์?

หากปวดรุนแรงจนกระทบการทำงานหรือการเรียน อาการปวดรุนแรงขึ้นจากเดิม ต้องใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ หรือมีเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

  1. คลำเจอก้อนบริเวณท้องน้อย เป็นมะเร็งเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป ก้อนบริเวณท้องน้อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ รวมถึงเนื้องอกมดลูกหรือซีสต์รังไข่ แต่ไม่สามารถระบุชนิดของก้อนได้จากการคลำเพียงอย่างเดียว ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์

  1. ซีสต์รังไข่สามารถยุบเองได้หรือไม่?

ซีสต์รังไข่บางชนิด โดยเฉพาะซีสต์ที่สัมพันธ์กับรอบเดือน สามารถยุบหายได้เอง แต่ซีสต์บางชนิดอาจไม่หายไปเองและจำเป็นต้องติดตามหรือรักษา จึงควรให้แพทย์ประเมินชนิดและลักษณะของซีสต์

  1. ไม่มีอาการปวดท้อง สามารถมีเนื้องอกมดลูกได้หรือไม่?

สามารถเป็นได้ เนื้องอกมดลูกบางรายไม่มีอาการและอาจตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจทางนรีเวชหรือการตรวจด้วยอัลตราซาวด์

  1. ตรวจหาเนื้องอกมดลูกและซีสต์รังไข่ได้อย่างไร?

แพทย์จะประเมินจากประวัติ อาการ และการตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยอัลตราซาวด์อุ้งเชิงกรานเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ใช้ประเมินมดลูกและรังไข่

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสุขภาพสตรี ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์

แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอาการ ผลการตรวจ สุขภาพโดยรวม และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย:
นพ.ศักดิ์นันท์ พาณิชย์พงศ์พัฒน์
แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ หนองแขม
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว.27373


ติดต่อ ศูนย์สูตินรีเวช รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม

02-441-6999

หรือ ติดต่อได้ผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ  Line
หรือ สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษา
แผนที่การเดินทาง https://maps.app.goo.gl/gfpniWd1QzeZ89p97

Line