เช็กด่วน! โรคเมลิออยด์ (โรคไข้ดิน) อาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร ทำไมผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษ

อาการไข้สูงเรื้อรัง ไอไม่หาย หรือมีแผลติดเชื้อเรื้อรังในช่วงฤดูฝนหรือหลังน้ำลด อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคเมลิออยด์” หรือโรคไข้ดิน ภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในธรรมชาติซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไปและผู้ป่วยโรคเบาหวาน การเดินทางฝ่าการจราจรติดขัดเข้าสู่ใจกลางเมืองเพื่อรับการรักษาในภาวะที่ร่างกายอ่อนแออาจทำให้เสียโอกาสทองในการวินิจฉัย สำหรับผู้ที่อาศัยในย่าน เพชรเกษม หนองแขม บางแค พุทธมณฑล บรมราชชนนี ศาลายา มหิดล หรือกระทุ่มแบน การเข้าถึงศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่ได้มาตรฐานใกล้บ้าน เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที คือหัวใจสำคัญในการรักษาโรคนี้ให้ปลอดภัย

โรคเมลิออยด์ (โรคไข้ดิน) คืออะไร?

โรคเมลิออยด์ (Melioidosis) หรือ โรคไข้ดิน คือโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่พบได้ทั่วไปในดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ ผู้ป่วยมักติดเชื้อจากการสัมผัสดินหรือน้ำที่มีเชื้อผ่านทาง แผลเปิด การดื่มน้ำที่ไม่ได้ต้มสุก หรือการสูดดมฝุ่นดิน อาการเริ่มแรกมักมี ไข้สูงเฉียบพลัน ไอเรื้อรัง หอบเหนื่อย และมีฝีหนองตามผิวหนัง หากไม่รีบรักษาอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงมาก มักระบาดหนักในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วมขัง หรือในพื้นที่ที่มีการทำการเกษตร

เชื้อแบคทีเรียก่อโรคไข้ดินสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางบาดแผล การกิน และการสูดดมฝุ่นละออง

ทำไมวัย 50+ และ “ผู้ป่วยเบาหวาน” จึงเสี่ยงต่อโรคไข้ดินสูงสุด?

โรคเมลิออยด์สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและมักมีอาการรุนแรงที่สุดคือ กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน (คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อทั้งหมด) รองลงมาคือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โรคตับ และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

สาเหตุหลักมาจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงที่ควบคุมไม่ได้ จะส่งผลให้การทำงานของเม็ดเลือดขาว (ซึ่งมีหน้าที่ทำลายเชื้อโรค) ด้อยประสิทธิภาพลง เมื่อเชื้อโรคไข้ดินเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจึงไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ทันท่วงที ทำให้เชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและอวัยวะภายในอย่างรวดเร็ว

อาการเริ่มแรกของโรคเมลิออยด์ ที่ไม่ควรชะล่าใจ

ความน่ากลัวของโรคไข้ดินคือ “อาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง” (Great Imitator) เพราะสามารถแสดงอาการเลียนแบบโรคอื่น ๆ ได้มากมาย เช่น วัณโรค ปอดอักเสบ หรือไข้เลือดออก โดยทั่วไป ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ 1-21 วัน แต่อาจซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายนานเป็นปี อาการแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่:

  1. การติดเชื้อที่ผิวหนัง (ฝี แผลเรื้อรัง)
  • มีแผลเปื่อยเรื้อรัง หรือมีตุ่มหนอง คล้ายฝีตามบริเวณที่สัมผัสเชื้อ (เช่น เท้า ขา)
  • แผลหายช้า หรือมีอาการอักเสบลุกลาม แดง บวม และปวดมาก
  • อาจมีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณใกล้เคียง
  1. การติดเชื้อที่ปอด (พบบ่อยที่สุด)
  • ไข้สูงเฉียบพลัน หรือไข้สูงเรื้อรัง
  • ไอเรื้อรัง อาจมีเสมหะปนเลือด (มักทำให้สับสนกับวัณโรค)
  • หายใจหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอกเวลาหายใจลึก ๆ
  1. การติดเชื้อเฉพาะที่ (อวัยวะภายใน)
  • เชื้ออาจไปสะสมจนกลายเป็นฝีในอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ม้าม ไต หรือต่อมลูกหมาก
  • ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องรุนแรง ปวดหลัง หรือปัสสาวะขัด ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฝี
  1. การติดเชื้อในกระแสเลือด (อันตรายสูงสุด)
  • พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ไข้สูง หนาวสั่น ความดันโลหิตตก ช็อก
  • หากมาพบแพทย์ไม่ทัน อาจเสียชีวิตภายใน 2-3 วัน

หากมีไข้สูง ไอเรื้อรัง และประวัติการลุยน้ำท่วมขัง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อโรคเมลิออยด์โดยเร็ว

อาศัยอยู่ในพื้นที่ฝั่งธนฯ เพชรเกษม-พุทธมณฑล ป้องกันตัวเองอย่างไร?

แม้คุณจะไม่ได้เป็นเกษตรกร แต่การใช้ชีวิตในเขตปริมณฑล หรือพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก (หนองแขม บางแค กระทุ่มแบน ศาลายา) ซึ่งบางจุดอาจมีน้ำท่วมขังรอการระบายในช่วงพายุเข้า หรือมีโครงการก่อสร้างที่ต้องลุยดินโคลน ก็ถือว่ามีความเสี่ยงเช่นกัน

  1. สวมรองเท้าบูทเสมอ: เมื่อต้องเดินลุยน้ำขัง หรือทำสวน ปลูกต้นไม้บริเวณบ้าน
  2. ล้างทำความสะอาดทันที: หากมีบาดแผลแล้วบังเอิญสัมผัสดินหรือน้ำสกปรก ให้รีบล้างออกด้วยสบู่และน้ำสะอาด ทายาฆ่าเชื้อ และปิดแผลให้มิดชิด
  3. ดื่มน้ำที่ผ่านการต้มสุก: หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงน้ำบาดาลที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ
  4. หลีกเลี่ยงการตากฝน: โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน หากมีลมพายุแรง ควรงดการออกไปในพื้นที่โล่งแจ้งเพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นดินที่ปนเปื้อนเชื้อ

การวินิจฉัยและแนวทางการรักษาโรคเมลิออยด์

การวินิจฉัยโรคไข้ดินต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกับการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) เช่น การเพาะเชื้อจากเลือด เสมหะ หนอง หรือปัสสาวะ

การรักษาจำเป็นต้องใช้ ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ อย่างน้อย 10-14 วันในช่วงแรก (Phase 1) หลังจากนั้นแพทย์จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะต่อเนื่องอีก 12-20 สัปดาห์ (Phase 2) เพื่อกำจัดเชื้อที่อาจหลบซ่อนอยู่ให้หมดไป ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ผู้ป่วยห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้จะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • โรคไข้ดินติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่?
    • โรคนี้ติดต่อจากการสัมผัสเชื้อในธรรมชาติโดยตรง โอกาสติดต่อจากคนสู่คนมีน้อยมากจนแทบไม่พบ จึงไม่ต้องกังวลในการดูแลผู้ป่วย
  • รักษาโรคเมลิออยด์หายขาดไหม?
    • สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากได้รับยาปฏิชีวนะครบตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
  • สงสัยว่าติดเชื้อโรคไข้ดิน ควรไปแผนกไหน?
    • แนะนำให้เข้ารับการตรวจที่ แผนกอายุรกรรม รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม เพื่อให้แพทย์อายุรแพทย์ซักประวัติและส่งตรวจเพาะเชื้ออย่างละเอียด

สรุปข้อมูลสำคัญ “โรคเมลิออยด์ เป็นโรคที่ต้องการความรวดเร็วในการวินิจฉัย หากผู้ป่วยมีประวัติโรคเบาหวานและมีไข้สูงหลังลุยน้ำ แพทย์จะตั้งข้อสงสัยและเฝ้าระวังโรคนี้เป็นอันดับต้นๆ การใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะเจาะจงอย่างทันท่วงทีคือปัจจัยที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วย การได้รับคำแนะนำและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง”

อย่าปล่อยให้ไข้สูงเรื้อรังหรือแผลติดเชื้อกลายเป็นภัยคุกคามชีวิต หากคุณหรือบุคคลในครอบครัว (โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว) มีความเสี่ยงหรือมีอาการข้างต้น ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ หนองแขม พร้อมให้การดูแลสุขภาพของท่านด้วยทีมแพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญ และระบบห้องปฏิบัติการที่แม่นยำรวดเร็ว เดินทางสะดวกสบาย ครอบคลุมพื้นที่ เพชรเกษม หนองแขม บางแค พุทธมณฑล และกระทุ่มแบน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าเมือง ก็สามารถรับการรักษามาตรฐานสากลได้ใกล้บ้าน

เอกสารอ้างอิง (References):

  1. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). (2024). Melioidosis. Retrieved from cdc.gov.
  2. World Health Organization (WHO). Burkholderia pseudomallei.
  3. Wiersinga, W. J., et al. (2018). Melioidosis. Nature Reviews Disease Primers, 4, 17107.


ศูนย์อายุรกรรม รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม

02-441-6999

หรือ ติดต่อได้ผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ  Line
หรือ สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษา

Line