หลายคนเคยมีประสบการณ์ “ถ่ายเป็นเลือด” แล้วเลือกที่จะรอดูอาการก่อน เพราะคิดว่าอาจเป็นเพียงริดสีดวง หรือแผลเล็ก ๆ ที่สามารถหายได้เอง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ ซึ่งในระยะแรกมักยังไม่แสดงอาการชัดเจน หากปล่อยไว้นาน อาการบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงหรือรุนแรงขึ้นได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า อาการแบบไหนที่ควรเฝ้าระวัง และเมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์
ถ่ายเป็นเลือด เป็นอะไร?
ถ่ายเป็นเลือดสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ริดสีดวงทวารหรือแผลเล็ก ๆ ไปจนถึงความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ หากมีอาการร่วม เช่น อุจจาระลีบ ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือมีมูกเลือด ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
ถ่ายเป็นเลือดแบบไหน “ต้องระวัง”
- ถ่ายเป็นเลือดสีแดงคล้ำหรือสีดำคล้ายยางมะตอย อาจเกิดจากเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนต้น
- ถ่ายแล้วมีมูกเลือดปน หรือ มีเลือดสดเคลือบก้อนอุจจาระ และมีอาการขับถ่ายเปลี่ยนไป อาจเป็นสัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้
ลักษณะเลือดและอาการที่ต้องระวัง:
- เลือดสีดำหรือมีกลิ่นคาว: บ่งบอกถึงเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน เช่น กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก
- มีมูกเลือดปน ถ่ายเหลวบ่อย: อาจเกิดจากโรคลำไส้ใหญ่อักเสบติดเชื้อ
- ถ่ายเป็นเลือดสดโดยไม่เจ็บทวาร: อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเป็นริดสีดวง เพราะอาจเป็นติ่งเนื้อหรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ่
- ขับถ่ายเปลี่ยน ท้องผูกสลับท้องเสีย: อุจจาระมีขนาดลีบแบนลง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ตัวซีด
เลือดสด vs เลือดคล้ำ ต่างกันอย่างไร
หากเป็นเลือดสีแดงสด มักเกี่ยวข้องกับบริเวณปลาย เช่น ทวารหนักหรือริดสีดวงทวาร แต่หากเป็นเลือดสีคล้ำ หรือปนมากับอุจจาระ อาจเกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่ส่วนลึก ซึ่งควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมจากแพทย์เฉพาะทาง

เลือดสดและเลือดคล้าอาจบ่งบอกตำแหน่งหรือสาเหตุของเลือดออก
ในทางเดินอาหารที่แตกต่างกัน
ถ่ายเป็นเลือดแต่ “ไม่เจ็บ” อันตรายไหม?
หลายคนเข้าใจว่า “ถ้าไม่เจ็บ แปลว่าไม่ร้ายแรง”แต่ในความเป็นจริง ทั้งริดสีดวงทวารชนิดภายในและติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ก็สามารถไม่เจ็บได้เช่นกัน ดังนั้น การไม่มีอาการเจ็บ ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย
7 สัญญาณเตือนลำไส้ใหญ่ผิดปกติ
นอกจากอาการถ่ายเป็นเลือดแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายร่วมด้วย ก็ควรให้ความสำคัญมากขึ้น เช่น
- ถ่ายเป็นเลือดซ้ำ หรือเป็น ๆ หาย ๆ
- ท้องผูกสลับท้องเสีย
- อุจจาระมีลักษณะลีบเล็กลง
- ถ่ายไม่สุด
- มีมูกปนในอุจจาระ
- ปวดท้องเรื้อรัง
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
โดยทั่วไป หากมีหลายอาการร่วมกัน ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้น

7 สัญญาณเตือนลำไส้ใหญ่ผิดปกติที่ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินเพิ่มเติม
อาการแบบนี้ “เสี่ยงโรคอะไรได้บ้าง”
อาการถ่ายเป็นเลือดสามารถพบได้ในหลายภาวะ เช่น ริดสีดวงทวาร ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ในขณะเดียวกัน อาจเกี่ยวข้องกับติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ลำไส้อักเสบ หรือในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น
การแยกสาเหตุที่แน่ชัด จำเป็นต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมในแต่ละราย
ใครบ้างที่ “ควรระวังเป็นพิเศษ”
แม้ยังไม่มีอาการชัดเจน แต่หากอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ ควรใส่ใจมากขึ้น
- อายุ 40–50 ปีขึ้นไป
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ /ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
- สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
- รับประทานอาหารไขมันสูง กากใยน้อย
- ไม่ค่อยออกกำลังกาย
ในกลุ่มนี้ แม้อาการเล็กน้อย ก็ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์
เมื่อไหร่ควรพิจารณาพบแพทย์
ควรเข้ารับการประเมิน หากมีลักษณะดังต่อไปนี้
- อาการถ่ายเป็นเลือดต่อเนื่องเกิน 1–2 สัปดาห์
- มีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย
- อุจจาระเปลี่ยนลักษณะชัดเจน
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
- อายุเกิน 45 ปี และเริ่มมีอาการใหม่
ในบางกรณี การตรวจเพิ่มเติมอาจช่วยให้ประเมินความเสี่ยงได้ชัดเจนขึ้น
ถ้าไม่ตรวจ…จะเกิดอะไรขึ้น
โดยทั่วไป ความผิดปกติของลำไส้ใหญ่บางชนิดอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อย และค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปโดยที่ผู้ป่วยอาจไม่ทันสังเกต หากปล่อยไว้นาน อาการบางอย่าง เช่น ติ่งเนื้อ หรือภาวะอักเสบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ในขณะที่โรคบางชนิดอาจตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะที่อาการยังไม่ชัดเจน
ลักษณะอาการ vs ความเสี่ยงเบื้องต้น
| อาการ | ความเป็นไปได้เบื้องต้น | ระดับความเร่งด่วน |
| เลือดสดหลังถ่าย | ริดสีดวงทวาร / แผลปริขอบทวาร | ปานกลาง |
| เลือดคล้ำปนอุจจาระ | ความผิดปกติของลำไส้ /ลำไส้ใหญ่ /เลือดออกในทางเดินอาหาร | สูง |
| อุจจาระลีบ | ลำไส้ตีบ /ก้อนในลำไส้ | สูง |
| มูกเลือด | ลำไส้อักเสบ / ติ่งเนื้อในลำไส้ | สูง |
| น้ำหนักลด ร่วมกับการขับถ่ายผิดปกติ | โรครุนแรง เช่น มะเร็งลำไส้ | สูงมาก |
คำถามที่พบบ่อย
Q : ถ่ายเป็นเลือดแต่ไม่มีอาการเจ็บ อันตรายไหม?
A: ในบางกรณีอาจไม่อันตราย แต่ก็ควรสังเกตอาการร่วม
Q: ถ่ายเป็นเลือดต้องเป็นมะเร็งไหม?
A: ไม่จำเป็น แต่ควรตรวจในกรณีที่มีความเสี่ยง
Q: ถ่ายเป็นเลือดกี่วันควรไปพบแพทย์?
A: หากเกิน 1–2 สัปดาห์ หรือมีอาการร่วม
Q: ถ่ายเป็นเลือดแล้วหายเอง ยังต้องตรวจไหม?
A: หากเกิดซ้ำ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรตรวจเพิ่มเติม
Q: อุจจาระลีบเล็ก เกิดจากอะไร?
A: อาจเกิดจากลำไส้ตีบหรือมีสิ่งกีดขวาง ควรประเมินเพิ่มเติม
คำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง
ในทางการแพทย์ อาการของโรคลำไส้ใหญ่มักเริ่มจากความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย การสังเกตอาการของตนเองและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ปลอดภัยจากโรคร้ายแรงได้
หากคุณมีอาการถ่ายเป็นเลือด หรือยังไม่มั่นใจว่าอาการของตัวเองควรกังวลแค่ไหนการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารและลำไส้ จะช่วยให้คุณได้รับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
อ่านเพิ่มเติม
–ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เจ็บไหม? ต้องเตรียมตัวอย่างไร
-ส่องกล้องลำไส้ใหญ่แล้วเจอติ่งเนื้อ ต้องตัดไหม อันตรายหรือเปล่า
สรุป
ถ่ายเป็นเลือด อาจเป็นได้ตั้งแต่สาเหตุที่ไม่รุนแรง ไปจนถึงความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ที่รุนแรง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ เลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหารสิ่งสำคัญคือไม่ควรมองข้ามอาการที่เกิดขึ้นซ้ำ ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ได้ หากมีอาการหรือข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย:
นพ.สุธี โรจนวิลัยกุล
แพทย์ประจำแผนกศัลยกรรมผ่านกล้อง
โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ หนองแขม
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว.18719
ติดต่อศูนย์ศัลยกรรมผ่านกล้อง รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม
02-441-6999
หรือ ติดต่อได้ผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ Line
หรือ สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษา