ระดับกรดยูริกในเลือด (Uric Acid)

ระดับกรดยูริกในเลือด (Uric Acid)

Uric acid คือสารที่เกิดจากการสลายสารพิวรีน ซึ่งพบได้ทั้งจากการสลายเซลล์ในร่างกายและจากอาหารบางชนิด โดยปกติกรดยูริกส่วนใหญ่ถูกขับออกทางไตทางปัสสาวะ หากร่างกายสร้างกรดยูริกมากเกินไป หรือไตขับออกได้น้อยลง อาจทำให้กรดยูริกในเลือดสูง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเก๊าท์ นิ่วกรดยูริก หรือมีผลต่อโรคไตในบางราย

กรดยูริกสูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเก๊าท์เสมอไป หลายคนมีกรดยูริกสูงแต่ไม่มีอาการ การวินิจฉัยโรคเก๊าท์ต้องอาศัยอาการข้ออักเสบ ลักษณะข้อที่ปวด การตรวจร่างกาย และบางกรณีอาจตรวจน้ำในข้อหรือภาพถ่ายทางรังสีร่วมด้วย โดยกรดยูริกสูงหรือ hyperuricemia เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดผลึกยูเรตสะสมในข้อและกระตุ้นข้ออักเสบได้

การแปลผลโดยทั่วไป

ค่าปกติของ Uric acid อาจแตกต่างกันตามเพศ อายุ และห้องปฏิบัติการ โดยทั่วไปมักพบว่า

  • ผู้ชาย: ประมาณ 3.5–7.2 mg/dL
  • ผู้หญิง: ประมาณ 2.6–6.0 mg/dL
  • มากกว่า 7 mg/dL: มักถือว่าสูงกว่าระดับที่กรดยูริกเริ่มตกผลึกได้ง่ายขึ้น
  • ในผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์และต้องใช้ยาลดกรดยูริก เป้าหมายการรักษามักให้กรดยูริก ต่ำกว่า 6 mg/dL และอาจต่ำกว่านี้ในรายที่มีก้อนโทฟัสหรือโรครุนแรง โดยแนวทาง American College of Rheumatology แนะนำการรักษาแบบ treat-to-target ให้ serum urate ต่ำกว่า 6 mg/dL ในผู้ป่วยเก๊าท์ที่ใช้ยาลดกรดยูริก

Uric acid สูงกว่าปกติ หมายถึงระดับกรดยูริกในเลือดสูงกว่าค่าอ้างอิง อาจเกิดจากร่างกายสร้างกรดยูริกมากขึ้น ขับออกทางไตลดลง หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง อาหารทะเลบางชนิด น้ำซุปเข้มข้น น้ำหวาน เครื่องดื่มที่มีฟรุกโตสสูง และแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
  • กลุ่มน้ำหนักและเมตาบอลิก เช่น น้ำหนักเกิน อ้วนลงพุง เบาหวาน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง
  • กลุ่มไตขับกรดยูริกลดลง เช่น โรคไตเรื้อรัง ภาวะขาดน้ำ หรือไตทำงานลดลงจากยา/โรคประจำตัว
  • กลุ่มยา เช่น ยาขับปัสสาวะบางชนิด แอสไพรินขนาดต่ำบางกรณี ยากดภูมิ ยารักษาวัณโรคบางชนิด หรือยาบางชนิดที่มีผลต่อการขับกรดยูริก
  • กลุ่มการสลายเซลล์มากขึ้น เช่น มะเร็งบางชนิด การรักษาด้วยเคมีบำบัด โรคเลือดบางชนิด หรือภาวะ tumor lysis syndrome
  • กลุ่มพันธุกรรม บางรายมีแนวโน้มกรดยูริกสูงหรือเป็นเก๊าท์ในครอบครัว

อาการส่วนใหญ่อาจไม่มีอาการเลย แม้กรดยูริกสูงหลายปี แต่หากเกิดโรคเก๊าท์ อาการส่วนใหญ่ เช่น ปวดข้อรุนแรงเฉียบพลัน ข้อบวม แดง ร้อน กดเจ็บมาก มักพบบ่อยที่โคนนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า เข่า ข้อมือ หรือนิ้วมือ บางรายอาจมีก้อนโทฟัสบริเวณใบหู นิ้วมือ ข้อศอก หรือรอบข้อ หากเกิดนิ่วกรดยูริกอาจมีปวดเอวรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะแสบขัด หรือคลื่นไส้อาเจียน

ระดับที่ควรเฝ้าระวัง: Uric acid สูงเล็กน้อยแต่ไม่มีอาการ ควรปรับพฤติกรรม ลดอาหารพิวรีนสูง ลดน้ำหวานและแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก ดื่มน้ำให้เหมาะสม และติดตามค่าเป็นระยะ โดยทั่วไปผู้ที่กรดยูริกสูงแต่ไม่มีอาการจำนวนมากอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ยาลดกรดยูริกระยะยาวทันที ต้องพิจารณาตามความเสี่ยงรายบุคคล

ควรพบแพทย์: หาก Uric acid สูงซ้ำ ๆ, มีอาการข้ออักเสบสงสัยเก๊าท์, มีนิ่วในไต, มีโรคไตเรื้อรัง, ค่าไตผิดปกติ, มีประวัติเก๊าท์กำเริบบ่อย, มีก้อนโทฟัส, หรือมีโรคประจำตัวร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

ระดับที่ควรประเมินจริงจัง: หาก Uric acid สูงมาก เช่น ประมาณ 9–10 mg/dL ขึ้นไป โดยเฉพาะหากมีโรคไต นิ่ว หรืออาการเก๊าท์ร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและความจำเป็นในการรักษา

ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน: หากปวดข้อรุนแรงร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ข้อแดงร้อนมากจนขยับไม่ได้ เพราะอาจต้องแยกจากข้ออักเสบติดเชื้อ หรือหากมีปวดเอวรุนแรง ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือดมาก ไข้สูง หรืออาเจียนมาก ซึ่งอาจเกี่ยวกับนิ่วหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

Uric acid ต่ำกว่าปกติ พบได้น้อยกว่า และมักไม่มีความสำคัญมากหากไม่มีอาการหรือผลตรวจอื่นผิดปกติ

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มยา เช่น ยาลดกรดยูริกบางชนิด หรือยาบางชนิดที่เพิ่มการขับกรดยูริกทางไต
  • กลุ่มโภชนาการ เช่น รับประทานอาหารที่มีพิวรีนต่ำมาก หรือภาวะโภชนาการไม่ดี
  • กลุ่มโรคตับหรือโรคไตบางชนิด เช่น ภาวะที่ร่างกายสร้างกรดยูริกลดลง หรือไตขับกรดยูริกออกมากผิดปกติ
  • กลุ่มพันธุกรรมหรือโรคท่อไตบางชนิด ซึ่งพบไม่บ่อย

อาการส่วนใหญ่มักไม่มีอาการจากกรดยูริกต่ำโดยตรง หากมีอาการมักเกิดจากโรคหรือยาที่เป็นสาเหตุ เช่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลด กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือผลเลือดอื่นผิดปกติ

ควรเฝ้าระวัง: หาก Uric acid ต่ำเล็กน้อยและไม่มีอาการ มักติดตามร่วมกับผลตรวจอื่นได้
ควรพบแพทย์: หาก Uric acid ต่ำมาก ต่ำต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติร่วมกับค่าไต ตับ เกลือแร่ หรือผลเลือดอื่นผิดปกติ

โรคเก๊าท์และกรดยูริก

โรคเก๊าท์เกิดจากผลึกยูเรตสะสมในข้อและกระตุ้นให้เกิดข้ออักเสบเฉียบพลัน อาการมักปวดรุนแรง บวม แดง ร้อน และกดเจ็บมาก โดยอาจเป็น ๆ หาย ๆ หากไม่ได้ควบคุมกรดยูริก อาจเกิดข้ออักเสบเรื้อรัง ข้อผิดรูป หรือก้อนโทฟัสได้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มีเก๊าท์กำเริบ ค่า Uric acid อาจไม่สูงมากหรืออาจอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ในบางราย จึงไม่ควรใช้ค่า Uric acid เพียงครั้งเดียวเพื่อตัดสินว่าเป็นหรือไม่เป็นเก๊าท์

คำแนะนำเบื้องต้นเมื่อ Uric acid สูง

ควรลดอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ตับ ไต ไส้ สมอง น้ำซุปเข้มข้น เนื้อแดงปริมาณมาก อาหารทะเลบางชนิด เช่น ปลาซาร์ดีน แอนโชวี หอย และกุ้งบางชนิด ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ และลดเครื่องดื่มหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้หวานจัด หรือเครื่องดื่มที่มีฟรุกโตสสูง

ควรดื่มน้ำให้เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารหวานและแป้งขัดสี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคไต และภาวะอ้วนลงพุง

ไม่ควรอดอาหารหรือคุมน้ำหนักแบบหักโหม เพราะอาจกระตุ้นให้กรดยูริกสูงขึ้นและกระตุ้นเก๊าท์กำเริบได้ ควรลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากกำลังใช้ยาขับปัสสาวะ ยาลดกรดยูริก หรือมีโรคไต ไม่ควรปรับยาหรือหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ เพราะการเริ่มหรือหยุดยาลดกรดยูริกผิดจังหวะอาจกระตุ้นให้เก๊าท์กำเริบได้ในบางราย

Line