การตรวจอุจจาระ (Stool Examination / Stool Occult Blood)

การตรวจอุจจาระ (Stool Examination / Stool Occult Blood)

การตรวจอุจจาระใช้ประเมินความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น การติดเชื้อ พยาธิ การอักเสบ เลือดออกในทางเดินอาหาร ภาวะซีดจากเสียเลือดเรื้อรัง และใช้คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในบางกรณี โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ Stool Examination และ Stool Occult Blood หรือ FIT/FOBT

ผลตรวจอุจจาระควรแปลร่วมกับอาการ เช่น ถ่ายเหลว ปวดท้อง ไข้ น้ำหนักลด ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด ภาวะซีด ประวัติอาหาร ยา ประจำเดือน ริดสีดวง และอายุของผู้รับการตรวจ ไม่ควรสรุปโรคจากผลตรวจเพียงค่าเดียว

1. การตรวจอุจจาระทั่วไป (Stool Examination)

คือการตรวจลักษณะอุจจาระและตะกอนอุจจาระด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูความผิดปกติ เช่น เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง มูก ไขมัน พยาธิ ไข่พยาธิ หรือสิ่งผิดปกติอื่น ๆ ใช้ช่วยประเมินอาการท้องเสีย ปวดท้องเรื้อรัง ถ่ายมีมูกเลือด สงสัยพยาธิ หรือการติดเชื้อในลำไส้

การตรวจหาไข่พยาธิและพยาธิในอุจจาระ หรือ ova and parasite test เป็นการตรวจตัวอย่างอุจจาระด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาพยาธิและไข่พยาธิที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

  • พบเม็ดเลือดขาวในอุจจาระ (Stool WBC) เม็ดเลือดขาวในอุจจาระบ่งชี้ว่ามีการอักเสบในลำไส้หรือเยื่อบุลำไส้ถูกระคายเคือง

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มติดเชื้อในลำไส้ เช่น เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือด ปวดบิด หรือมีไข้
  • กลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น ulcerative colitis หรือ Crohn’s disease
  • กลุ่มการระคายเคืองหรือแผลในลำไส้ เช่น ลำไส้ขาดเลือดบางชนิด หรือการอักเสบจากยา/สารบางอย่าง
  • กลุ่มปนเปื้อน เช่น เก็บตัวอย่างไม่เหมาะสม หรือปนเปื้อนสารคัดหลั่ง

อาการส่วนใหญ่ เช่น ถ่ายเหลว ถ่ายบ่อย ปวดบิด ปวดท้อง มีไข้ ถ่ายมีมูกหรือเลือดปน อ่อนเพลีย หรือขาดน้ำ

ควรเฝ้าระวัง หากพบเล็กน้อย ไม่มีไข้ ไม่มีเลือดปน และอาการดีขึ้นเร็ว
ควรพบแพทย์ หากมีถ่ายเหลวต่อเนื่องเกิน 2–3 วัน ปวดท้องมาก มีไข้ ถ่ายมีมูกเลือด หรือมีอาการขาดน้ำ
ควรรีบพบแพทย์ หากถ่ายเป็นเลือดมาก ไข้สูง ซึม ปากแห้งมาก ปัสสาวะน้อย เวียนศีรษะมาก หรือเป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวสำคัญ

  • พบเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ (Stool RBC) เม็ดเลือดแดงในอุจจาระหมายถึงมีเลือดปนในอุจจาระ อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าหรือพบจากการตรวจเท่านั้น

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มแผลหรือการระคายเคืองบริเวณทวารหนัก เช่น ริดสีดวงทวาร แผลปริขอบทวารหนัก
  • กลุ่มติดเชื้อหรืออักเสบในลำไส้ เช่น ลำไส้อักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  • กลุ่มติ่งเนื้อหรือเนื้องอก เช่น ติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • กลุ่มเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนบน อาจทำให้อุจจาระดำคล้ายยางมะตอย
  • กลุ่มปนเปื้อน เช่น ประจำเดือนหรือเลือดจากบริเวณรอบทวารหนักปนตัวอย่าง

อาการส่วนใหญ่ เช่น ถ่ายเป็นเลือดสด ถ่ายดำ ถ่ายมีมูกเลือด ปวดท้อง ซีด อ่อนเพลีย หน้ามืด หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ควรเฝ้าระวัง หากพบเล็กน้อยครั้งเดียวและมีสาเหตุชัดเจน เช่น ริดสีดวงกำเริบ แต่ควรติดตามอาการ
ควรพบแพทย์ หากพบเลือดในอุจจาระซ้ำ มีภาวะซีด อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ถ่ายผิดปกติเรื้อรัง หรืออายุมากกว่าเกณฑ์คัดกรองมะเร็งลำไส้
ควรรีบพบแพทย์ หากถ่ายเป็นเลือดมาก ถ่ายดำมาก หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็น หรือสงสัยเสียเลือดมาก

พบมูกในอุจจาระ

  • มูกในอุจจาระ (Mucus) อาจพบได้เล็กน้อยในคนทั่วไป แต่หากมีมากหรือมีเลือดปน อาจบ่งชี้การอักเสบหรือการติดเชื้อในลำไส้

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อ
  • กลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น ulcerative colitis หรือ Crohn’s disease
  • กลุ่มลำไส้แปรปรวน อาจมีมูกได้ แต่โดยทั่วไปไม่ควรมีเลือดปน
  • กลุ่มริดสีดวงหรือแผลบริเวณทวารหนัก
  • กลุ่มมะเร็งหรือติ่งเนื้อลำไส้ โดยเฉพาะหากมีเลือด น้ำหนักลด หรือถ่ายเปลี่ยนแปลงร่วมด้วย

อาการส่วนใหญ่ เช่น ถ่ายมีมูก ปวดบิด ถ่ายไม่สุด ท้องเสียสลับท้องผูก หรือมีเลือดปน

ควรพบแพทย์ หากมีมูกปนเลือด ถ่ายผิดปกติต่อเนื่อง ปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลด หรือมีไข้ร่วมด้วย

พบพยาธิหรือไข่พยาธิ

  • พยาธิหรือไข่พยาธิในอุจจาระ (Parasite / Ova)

การพบพยาธิหรือไข่พยาธิในอุจจาระบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อพยาธิในทางเดินอาหารหรืออวัยวะที่เกี่ยวข้อง

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มอาหารไม่สุกหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ปลาดิบ กุ้งดิบ หอยดิบ เนื้อดิบ หรืออาหารปนเปื้อน
  • กลุ่มสุขอนามัยไม่เหมาะสม เช่น ล้างมือไม่สะอาด ดื่มน้ำไม่สะอาด หรือผักผลไม้ล้างไม่เพียงพอ
  • กลุ่มสัมผัสดินหรือน้ำปนเปื้อน โดยเฉพาะในบางพื้นที่
  • กลุ่มอยู่ร่วมกันหลายคนหรือมีการแพร่ในครอบครัว เช่น พยาธิเข็มหมุด

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปวดท้อง ท้องเสียเรื้อรัง ท้องอืด น้ำหนักลด คันรอบทวารหนัก ซีด อ่อนเพลีย หรือบางรายไม่มีอาการ

ควรพบแพทย์ หากตรวจพบพยาธิหรือไข่พยาธิ เพื่อเลือกยาถ่ายพยาธิให้ตรงชนิด และพิจารณาตรวจหรือรักษาผู้ใกล้ชิดในบางกรณี
ควรรีบพบแพทย์ หากมีปวดท้องรุนแรง ตัวเหลือง ตาเหลือง ไข้สูง ซีดมาก ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด หรือสงสัยพยาธิที่มีภาวะแทรกซ้อน

  • พบไขมันในอุจจาระ (Fat / Fat Globule)

ไขมันในอุจจาระมากผิดปกติอาจบ่งชี้ว่าร่างกายย่อยหรือดูดซึมไขมันได้ไม่ดี

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มตับอ่อน เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือเอนไซม์ตับอ่อนไม่เพียงพอ
  • กลุ่มน้ำดีและตับ เช่น น้ำดีไหลลงลำไส้ไม่ดี หรือท่อน้ำดีอุดตัน
  • กลุ่มลำไส้ดูดซึมผิดปกติ เช่น celiac disease หรือโรคลำไส้อักเสบบางชนิด
  • กลุ่มยาหรืออาหาร เช่น ยาลดการดูดซึมไขมันบางชนิด หรือรับประทานไขมันมาก

อาการส่วนใหญ่ เช่น อุจจาระลอยน้ำ มันเยิ้ม กลิ่นเหม็นมาก ล้างออกยาก ถ่ายบ่อย น้ำหนักลด ท้องอืด หรือขาดวิตามินบางชนิด

ควรพบแพทย์ หากพบไขมันในอุจจาระร่วมกับน้ำหนักลด ถ่ายเรื้อรัง อุจจาระมันลอย หรือมีผลตรวจตับ/ตับอ่อนผิดปกติ

2. การตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (Stool Occult Blood / FOBT / FIT)

คือการตรวจหาเลือดปริมาณน้อยในอุจจาระที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ใช้ช่วยค้นหาสาเหตุเลือดออกในทางเดินอาหาร และใช้คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในคนที่ยังไม่มีอาการได้

การตรวจที่ใช้บ่อยมี 2 กลุ่ม คือ gFOBT และ FIT โดย FIT ใช้แอนติบอดีตรวจเลือดมนุษย์ในอุจจาระ และมักตรวจปีละครั้งในแนวทางคัดกรองหลายแห่ง หากผลตรวจเลือดแฝงเป็นบวก ควรตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ ไม่ใช่สรุปว่าเป็นมะเร็งทันที

Stool Occult Blood เป็นบวก หมายถึงตรวจพบเลือดแฝงในอุจจาระ แต่อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะไม่รุนแรงไปจนถึงโรคที่ต้องรีบรักษา

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มริดสีดวงและแผลบริเวณทวารหนัก เช่น ริดสีดวงทวาร แผลปริขอบทวารหนัก
  • กลุ่มแผลหรือการอักเสบในทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ หรือลำไส้ติดเชื้อ
  • กลุ่มติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ เช่น ติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ ซึ่งบางชนิดอาจกลายเป็นมะเร็ง หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • กลุ่มยา เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกทางเดินอาหาร
  • กลุ่มปนเปื้อนหรือผลบวกลวง เช่น เลือดประจำเดือน เลือดจากเหงือกหรือจมูกที่กลืนลงไป หรือการเตรียมตัวไม่ถูกต้องในบางชนิดของการตรวจ

อาการส่วนใหญ่ เช่น ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือดสด อ่อนเพลีย ซีด หน้ามืด ปวดท้อง น้ำหนักลด ถ่ายเปลี่ยนแปลง เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายลำเล็กลง หรือบางรายไม่มีอาการเลย

ควรเฝ้าระวัง หากผลบวกเพียงครั้งเดียวและมีสาเหตุปนเปื้อนชัดเจน เช่น เก็บช่วงมีประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์หรือพิจารณาตรวจซ้ำตามความเหมาะสม
ควรพบแพทย์ หากผล Stool Occult Blood/FIT เป็นบวก แม้ไม่มีอาการ เพราะควรประเมินหาสาเหตุเลือดออกในทางเดินอาหาร
ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม: หากใช้เป็นการคัดกรองมะเร็งลำไส้และผลเป็นบวก โดยทั่วไปควรพิจารณาส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อหาสาเหตุ เพราะผลบวกอาจเกิดจากมะเร็ง ติ่งเนื้อ แผล ริดสีดวง หรือโรคอื่น ๆ ได้ Mayo Clinic ระบุว่าเลือดแฝงอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งหรือติ่งเนื้อ แต่ก็อาจมีผลบวกลวงหรือเกิดจากสาเหตุอื่นได้

American Cancer Society ระบุว่าหาก stool test ให้ผลบวก หรือพบเลือดแฝงในอุจจาระ จำเป็นต้องส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม โดยเลือดในอุจจาระอาจเกิดจากมะเร็งหรือติ่งเนื้อ แต่ก็อาจเกิดจากแผล ริดสีดวง หรือภาวะอื่นได้เช่นกัน

ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน หากมีถ่ายดำมาก ถ่ายเป็นเลือดมาก หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็น อ่อนเพลียมาก หรือซีดมาก เพราะอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหารปริมาณมาก

Stool Occult Blood เป็นลบ หมายถึงไม่พบเลือดแฝงในตัวอย่างอุจจาระครั้งนั้น แต่ไม่ได้ตัดโรคได้ทั้งหมด เพราะเลือดออกในทางเดินอาหารอาจเป็น ๆ หาย ๆ หรือบางติ่งเนื้อ/มะเร็งอาจไม่ได้มีเลือดออกตลอดเวลา

อาการส่วนใหญ่หากยังมีโรคทางเดินอาหารอาจมี เช่น ถ่ายเปลี่ยนแปลง น้ำหนักลด ปวดท้องเรื้อรัง ซีด อ่อนเพลีย หรือถ่ายเป็นเลือดเป็นบางครั้ง

ควรเฝ้าระวัง หากผลลบและไม่มีอาการ ควรตรวจคัดกรองตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตามอายุและความเสี่ยง
ควรพบแพทย์ แม้ผลลบ หากมีอาการเตือน เช่น ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ ซีด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้องเรื้อรัง ถ่ายเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้

อาการเตือนที่ควรปรึกษาแพทย์

ควรพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้: ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ ถ่ายมีมูกเลือด ท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายลำเล็กลง ปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร ซีด อ่อนเพลียมาก หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉินหากถ่ายเป็นเลือดมาก ถ่ายดำมาก หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น หายใจเหนื่อย ตัวเย็น เหงื่อออกมาก ปวดท้องรุนแรง ไข้สูง ซึม หรือมีอาการขาดน้ำรุนแรง

คำแนะนำเบื้องต้นก่อนและหลังตรวจอุจจาระ

ควรเก็บตัวอย่างอุจจาระในภาชนะสะอาด หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนปัสสาวะ น้ำในโถส้วม ประจำเดือน หรือเลือดจากแผลภายนอก หากมีท้องเสียควรส่งตัวอย่างให้เร็วตามคำแนะนำของห้องปฏิบัติการ

หากตรวจ Stool Occult Blood แบบ gFOBT บางแห่งอาจมีข้อแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารหรือยาบางชนิดก่อนตรวจ เช่น เนื้อแดง ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือวิตามินซีขนาดสูง แต่การตรวจ FIT มักมีข้อจำกัดด้านอาหารน้อยกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของชุดตรวจหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการ

หากผลตรวจพบพยาธิ ไข่พยาธิ เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง หรือเลือดแฝงในอุจจาระ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาถ่ายพยาธิรับประทานเองโดยไม่ทราบชนิดของเชื้อหรือพยาธิ

การป้องกันเบื้องต้นคือรับประทานอาหารปรุงสุก สะอาด ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ล้างผักผลไม้ให้สะอาด ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ และตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตามวัยและความเสี่ยง โดยหลายแนวทางแนะนำเริ่มคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้มีความเสี่ยงทั่วไปตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป

Line