การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear / Pap Test)

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear / Pap Test)

คือการเก็บเซลล์จากปากมดลูกไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อค้นหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก โดยเฉพาะเซลล์ก่อนมะเร็งและมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น การตรวจนี้ช่วยให้พบความผิดปกติก่อนเกิดมะเร็งหรือพบมะเร็งตั้งแต่ระยะต้น ซึ่งมีโอกาสรักษาได้ผลดี

Pap smear ไม่ใช่การตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด และไม่ใช่การตรวจมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งมดลูกโดยตรง ในหลายกรณีอาจตรวจร่วมกับ HPV test เพราะการติดเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก การตรวจ Pap smear ใช้เพื่อ

  • คัดกรองความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก
  • ค้นหาเซลล์ก่อนมะเร็ง เพื่อรักษาก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง
  • ติดตามผู้ที่เคยมีผล Pap smear หรือ HPV test ผิดปกติ
  • ประเมินการอักเสบหรือการติดเชื้อบางอย่างที่อาจเห็นจากเซลล์วิทยาได้

โดยทั่วไป ผู้ที่มีปากมดลูกควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามอายุและความเสี่ยง แนวทาง USPSTF/NCI ระบุว่าอายุ 21–29 ปี แนะนำ Pap test ทุก 3 ปี และอายุ 30–65 ปี สามารถตรวจ Pap test ทุก 3 ปี, HPV test ทุก 5 ปี หรือ co testing ทุก 5 ปี ทั้งนี้แนวทางอาจแตกต่างตามประเทศ ชุดตรวจ และความเสี่ยงรายบุคคล

ผล Pap smear ปกติ หมายถึงไม่พบเซลล์ปากมดลูกผิดปกติจากตัวอย่างที่ตรวจ หากไม่มีอาการและไม่มีปัจจัยเสี่ยงพิเศษ สามารถตรวจคัดกรองตามรอบที่แพทย์หรือสถานพยาบาลแนะนำ

อย่างไรก็ตาม ผลปกติไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงตลอดไป เพราะการติดเชื้อ HPV หรือความผิดปกติของเซลล์อาจเกิดขึ้นภายหลังได้ จึงควรตรวจตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนถึงรอบตรวจ หากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกกะปริดกะปรอย ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ แม้ผล Pap smear ก่อนหน้าจะปกติ

ผล Pap smear ผิดปกติ หมายถึงพบเซลล์ปากมดลูกที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงจากปกติ แต่ ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป หลายกรณีเกิดจากการติดเชื้อ HPV การอักเสบ การระคายเคือง การติดเชื้อในช่องคลอด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอดหรือวัยหมดประจำเดือน หรือเซลล์ก่อนมะเร็ง

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มการติดเชื้อ HPV โดยเฉพาะ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง ซึ่งสัมพันธ์กับเซลล์ก่อนมะเร็งและมะเร็งปากมดลูก
  • กลุ่มการอักเสบหรือติดเชื้อในช่องคลอด/ปากมดลูก เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย พยาธิ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
  • กลุ่มการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ตั้งครรภ์ หลังคลอด วัยหมดประจำเดือน หรือเยื่อบุบางจากฮอร์โมนลดลง
  • กลุ่มการระคายเคือง เช่น การอักเสบเรื้อรัง การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์บางชนิดในช่องคลอด
  • กลุ่มเซลล์ก่อนมะเร็งหรือมะเร็ง พบได้น้อยกว่า แต่เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องตรวจติดตามเมื่อผลผิดปกติ

อาการส่วนใหญ่อาจไม่มีอาการ โดยเฉพาะระยะก่อนมะเร็ง หลายรายพบจากการตรวจคัดกรองเท่านั้น หากมีอาการอาจพบ เช่น เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกกะปริดกะปรอย ประจำเดือนผิดปกติ ตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น ตกขาวปนเลือด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง

ตัวอย่างผลผิดปกติที่พบบ่อย

1.ASC-US (Atypical Squamous Cells of Undetermined Significance) คือพบเซลล์เยื่อบุปากมดลูกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจาก HPV การอักเสบ การระคายเคือง หรือความผิดปกติที่สำคัญกว่า เป็นผลผิดปกติที่พบได้บ่อย

ควรเฝ้าระวังหรือตรวจเพิ่มเติม โดยแพทย์อาจพิจารณาตรวจ HPV test หรือนัดตรวจซ้ำ ขึ้นกับอายุ ผล HPV และประวัติการตรวจเดิม NCI ระบุว่า ASC-US เป็นผล Pap ผิดปกติที่พบบ่อยที่สุด และอาจเกิดจาก HPV หรือสาเหตุอื่น เช่น การระคายเคือง การติดเชื้อ การตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน

2.LSIL (Low-grade Squamous Intraepithelial Lesion) คือพบเซลล์เปลี่ยนแปลงระดับต่ำ มักสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV และหลายรายสามารถหายเองได้ โดยเฉพาะในคนอายุน้อย แต่ยังควรติดตามตามแนวทางแพทย์

ควรพบแพทย์เพื่อติดตาม แพทย์อาจพิจารณาตรวจ HPV, ตรวจซ้ำ หรือส่องกล้องปากมดลูก ขึ้นกับอายุ ผล HPV และความเสี่ยงรายบุคคล ACOG ระบุว่า LSIL เป็นความผิดปกติระดับเล็กน้อย และมักเกิดจาก HPV ซึ่งหลายกรณีหายได้เอง

3.ASC-H (Atypical Squamous Cells — cannot exclude HSIL) คือพบเซลล์ผิดปกติที่ยังสรุปไม่ได้ชัดเจน แต่ไม่สามารถตัดความเป็นรอยโรคระดับสูงออกได้ จึงมีความสำคัญมากกว่า ASC-US

ควรพบสูตินรีแพทย์ เพราะมักต้องประเมินเพิ่มเติม เช่น ส่องกล้องปากมดลูกและตัดชิ้นเนื้อตามความเหมาะสม

4.HSIL(High-grade Squamous Intraepithelial Lesion) คือพบเซลล์ผิดปกติระดับสูง มีโอกาสสัมพันธ์กับรอยโรคก่อนมะเร็งมากกว่า LSIL และต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติมอย่างจริงจัง

ควรพบสูตินรีแพทย์โดยเร็ว เพื่อส่องกล้องปากมดลูก ตัดชิ้นเนื้อ หรือวางแผนรักษาตามผลตรวจ ACOG ระบุว่า HSIL บ่งชี้การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงกว่า LSIL และมีความเกี่ยวข้องกับรอยโรคก่อนมะเร็งหรือมะเร็งมากกว่า

5.AGC(Atypical Glandular Cells) คือพบเซลล์ต่อมผิดปกติ อาจมาจากปากมดลูกหรือเยื่อบุโพรงมดลูก ต้องประเมินอย่างระมัดระวัง เพราะบางรายอาจสัมพันธ์กับรอยโรคสำคัญของปากมดลูกหรือโพรงมดลูก

ควรพบสูตินรีแพทย์ เพื่อพิจารณาส่องกล้องปากมดลูก ตรวจ HPV ตัดชิ้นเนื้อ หรือประเมินโพรงมดลูกตามอายุ อาการ และความเสี่ยง

พบเซลล์มะเร็งหรือสงสัยมะเร็ง

หากรายงานระบุสงสัยมะเร็งหรือพบเซลล์มะเร็ง เช่น squamous cell carcinoma หรือ adenocarcinoma ต้องพบสูตินรีแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางมะเร็งนรีเวชโดยเร็ว เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนรักษา

ผลไม่เพียงพอต่อการแปลผล

Unsatisfactory / Inadequate Sample ผลชนิดนี้หมายถึงตัวอย่างเซลล์ไม่เพียงพอ มีเลือด เมือก การอักเสบ หรือปัจจัยอื่นรบกวน ทำให้แปลผลไม่ได้ชัดเจน ไม่ได้แปลว่าปกติหรือผิดปกติ

ควรตรวจซ้ำ ตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ และควรหลีกเลี่ยงการตรวจช่วงมีประจำเดือน งดสอดยาในช่องคลอด งดสวนล้างช่องคลอด และงดมีเพศสัมพันธ์ตามคำแนะนำของสถานพยาบาลก่อนตรวจ

การอักเสบหรือติดเชื้อที่พบจาก Pap smear

บางครั้งรายงาน Pap smear อาจระบุการอักเสบหรือพบสิ่งที่เข้าได้กับเชื้อบางชนิด เช่น เชื้อรา bacterial vaginosis หรือ Trichomonas แต่ Pap smear ไม่ใช่การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อทุกชนิดโดยตรง หากมีอาการควรตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น เชื้อราในช่องคลอด แบคทีเรียเสียสมดุล พยาธิในช่องคลอด การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด การระคายเคือง หรือเยื่อบุช่องคลอดบางในวัยหมดประจำเดือน

อาการส่วนใหญ่ เช่น ตกขาวมาก คัน แสบ มีกลิ่นเหม็น ตกขาวเป็นก้อนคล้ายนมบูด ตกขาวสีเหลืองเขียว ปวดท้องน้อย ปัสสาวะแสบขัด หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

ควรพบแพทย์ หากมีตกขาวผิดปกติ คัน แสบ กลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อย เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีคู่นอนเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ระดับใดควรเฝ้าระวัง และระดับใดควรพบแพทย์

เฝ้าระวังและตรวจตามนัด: ผลปกติ, การอักเสบเล็กน้อยที่ไม่มีอาการ, หรือผล ASC-US/LSIL บางกรณีที่แพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถติดตามได้

ควรพบแพทย์: ผล ASC-US ร่วมกับ HPV positive, LSIL, ผลตรวจไม่เพียงพอซ้ำ, มีตกขาวผิดปกติ, เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์, เลือดออกกะปริดกะปรอย, ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีประวัติเคยตรวจผิดปกติ

ควรพบสูตินรีแพทย์โดยเร็ว: ผล ASC-H, HSIL, AGC, AIS, สงสัยมะเร็ง, พบเซลล์มะเร็ง, หรือมีอาการเลือดออกผิดปกติชัดเจน โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน

ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน: หากมีเลือดออกทางช่องคลอดมากจนหน้ามืด ใจสั่น เป็นลม ปวดท้องน้อยรุนแรง ไข้สูง ตกขาวมีกลิ่นเหม็นรุนแรงร่วมกับปวดท้อง หรือสงสัยติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานรุนแรง

คำแนะนำเบื้องต้นก่อนตรวจ Pap smear

ควรหลีกเลี่ยงการตรวจในช่วงมีประจำเดือน หากเป็นไปได้ควรนัดหลังประจำเดือนหมด งดสวนล้างช่องคลอด งดใช้ยาสอดหรือผลิตภัณฑ์ในช่องคลอด และงดมีเพศสัมพันธ์ตามคำแนะนำของสถานพยาบาลก่อนตรวจ เพื่อให้ตัวอย่างเซลล์เหมาะสมต่อการแปลผล

หากตั้งครรภ์ มีเลือดออกผิดปกติ เคยมีผล Pap smear ผิดปกติ เคยตัดปากมดลูก เคยรักษารอยโรคก่อนมะเร็ง หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนตรวจ เพราะอาจต้องใช้แนวทางติดตามเฉพาะราย

การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ควรตรวจคัดกรองตามกำหนด รับวัคซีน HPV ตามช่วงอายุและคำแนะนำของแพทย์ ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ลดจำนวนคู่นอนหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และงดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของปากมดลูกและมะเร็งปากมดลูก

แม้ได้รับวัคซีน HPV แล้ว ยังควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำ เพราะวัคซีนไม่ครอบคลุม HPV ทุกชนิดและไม่สามารถรักษาการติดเชื้อที่มีอยู่เดิมได้

Line