การตรวจปัสสาวะทั่วไป (Urinalysis / Urine Examination)

การตรวจปัสสาวะทั่วไป (Urinalysis / Urine Examination)

คือการตรวจปัสสาวะเพื่อประเมินความผิดปกติของไต ทางเดินปัสสาวะ ระบบเผาผลาญ และโรคบางชนิด เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคไต เบาหวาน ภาวะขาดน้ำ นิ่ว หรือมีเลือด/โปรตีนรั่วในปัสสาวะ การตรวจประกอบด้วยการดูสีและความใส การตรวจด้วยแถบตรวจปัสสาวะ และการดูตะกอนปัสสาวะด้วยกล้องจุลทรรศน์

การแปลผลควรดูร่วมกับอาการ วิธีเก็บปัสสาวะ ประจำเดือน การดื่มน้ำ ยาที่ใช้ โรคประจำตัว และผลเลือด เช่น BUN, Creatinine, eGFR, FBS/HbA1c เพราะผลผิดปกติบางอย่างอาจเกิดจากการปนเปื้อนขณะเก็บตัวอย่าง ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเสมอไป การตรวจปัสสาวะใช้ช่วยตรวจหาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคไต และเบาหวานได้

1. สีและความใสของปัสสาวะ
Color / Appearance
สีและความใสของปัสสาวะช่วยประเมินภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อ เลือดปน นิ่ว โรคตับ หรือการปนเปื้อนบางอย่าง

ปัสสาวะสีเข้มกว่าปกติ สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มขาดน้ำ เช่น ดื่มน้ำน้อย เหงื่อออกมาก ท้องเสีย อาเจียน
  • กลุ่มเลือดหรือเม็ดเลือดแดงปน เช่น นิ่ว การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบ หรือบาดเจ็บ
  • กลุ่มตับและน้ำดี เช่น ตัวเหลือง ตับอักเสบ หรือท่อน้ำดีอุดตัน ทำให้ปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำชา
  • กลุ่มอาหาร ยา หรือวิตามิน เช่น วิตามินบี ยาบางชนิด หรืออาหารบางอย่าง

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปวดเอว ปวดท้องน้อย ไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออาจไม่มีอาการ

ปัสสาวะขุ่น สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มีเม็ดเลือดขาวมาก มีผลึกเกลือแร่ มีมูก หรือปนเปื้อนจากสารคัดหลั่งบริเวณอวัยวะเพศ

ควรพบแพทย์ หากปัสสาวะสีแดง สีน้ำตาลเข้ม สีโค้ก ขุ่นมาก มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือมีอาการแสบขัด ไข้ ปวดเอว ตัวเหลือง หรือตาเหลืองร่วมด้วย

2. ความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ

Specific Gravity / Sp.Gr. คือค่าความเข้มข้นของปัสสาวะ ใช้ประเมินว่าร่างกายขาดน้ำ ได้รับน้ำมากเกินไป หรือไตมีความสามารถในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้นหรือเจือจางได้ตามปกติหรือไม่

ค่าปกติโดยทั่วไปมักอยู่ประมาณ 1.005–1.030 แต่ควรยึดค่าอ้างอิงของห้องแล็บเป็นหลัก

Specific gravity สูงกว่าปกติ หมายถึงปัสสาวะเข้มข้นกว่าปกติ

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มขาดน้ำ เช่น ดื่มน้ำน้อย เสียเหงื่อมาก ท้องเสีย อาเจียน หรือมีไข้
  • กลุ่มสารในปัสสาวะสูง เช่น น้ำตาลสูงในปัสสาวะ โปรตีนรั่ว หรือได้รับสารทึบรังสีบางชนิด
  • กลุ่มภาวะร่างกายเครียดหรือเจ็บป่วย เช่น ติดเชื้อหรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน

อาการส่วนใหญ่ เช่น กระหายน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะสีเข้ม เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลีย
ควรเฝ้าระวัง หากสูงเล็กน้อยและสัมพันธ์กับดื่มน้ำน้อย
ควรพบแพทย์ หากสูงร่วมกับน้ำตาลหรือโปรตีนในปัสสาวะ ปัสสาวะน้อยมาก อ่อนเพลียมาก หรือมีโรคไต/เบาหวานร่วมด้วย

Specific gravity ต่ำกว่าปกติ หมายถึงปัสสาวะเจือจางกว่าปกติ

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มดื่มน้ำมาก หรือได้รับสารน้ำมาก
  • กลุ่มยาขับปัสสาวะ
  • กลุ่มไตทำให้ปัสสาวะเข้มข้นไม่ได้ เช่น โรคไตบางชนิด
  • กลุ่มฮอร์โมนและโรคเบาจืด ซึ่งทำให้ปัสสาวะมากและใสมาก

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะปริมาณมาก กระหายน้ำมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นต่อเนื่อง

ควรพบแพทย์ หากปัสสาวะมากผิดปกติ กระหายน้ำมาก ปัสสาวะกลางคืนบ่อย หรือ Specific gravity ต่ำต่อเนื่องโดยไม่สัมพันธ์กับการดื่มน้ำมาก

3. ความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะ

Urine pH คือค่าความเป็นกรดหรือด่างของปัสสาวะ ใช้ช่วยประเมินสภาพแวดล้อมของปัสสาวะ นิ่วบางชนิด การติดเชื้อ และภาวะกรด-ด่างของร่างกายบางกรณี

ค่าทั่วไปมักอยู่ประมาณ pH 5.0–8.0 และเปลี่ยนแปลงได้ตามอาหาร ยา การติดเชื้อ และเวลาที่เก็บปัสสาวะ

ปัสสาวะเป็นกรดมาก สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น รับประทานโปรตีนสูง อดอาหาร คีโตนสูง ท้องเสีย เบาหวานคุมไม่ดี หรือเสี่ยงนิ่วกรดยูริกบางราย

ปัสสาวะเป็นด่างมาก สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากเชื้อบางชนิด ตัวอย่างปัสสาวะตั้งทิ้งไว้นาน อาเจียนมาก หรือรับประทานอาหารบางรูปแบบ

อาการส่วนใหญ่ขึ้นกับสาเหตุ เช่น แสบขัด ปัสสาวะขุ่น ปวดเอว ปวดท้องน้อย หรืออาจไม่มีอาการ

ควรพบแพทย์ หาก pH ผิดปกติร่วมกับนิ่วซ้ำ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ หรือมีค่าอื่นผิดปกติร่วม เช่น เลือด เม็ดเลือดขาว หรือผลึกจำนวนมาก

4. โปรตีนในปัสสาวะ

Protein / Albumin หมายถึงมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ อาจเป็นสัญญาณของโรคไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไตเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม โปรตีนอาจขึ้นชั่วคราวจากไข้ ออกกำลังกายหนัก ขาดน้ำ หรือเก็บปัสสาวะไม่ถูกต้องได้ การมี albumin ในปัสสาวะอาจเป็นสัญญาณของโรคไต แม้ eGFR ยังมากกว่า 60 หรือดูเหมือนปกติได้ จึงควรพิจารณาตรวจ urine albumin-to-creatinine ratio หรือ uACR ในรายที่เสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไต

Protein เป็นบวกหรือสูงกว่าปกติ

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มไต เช่น ไตอักเสบ โรคไตเรื้อรัง เบาหวานลงไต ความดันโลหิตสูงทำลายไต หรือโรคไตชนิดมีโปรตีนรั่ว
  • กลุ่มชั่วคราว เช่น ไข้ ออกกำลังกายหนัก ขาดน้ำ ความเครียด หรือยืน/เดินนาน
  • กลุ่มติดเชื้อหรืออักเสบ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือกรวยไตอักเสบ
  • กลุ่มการปนเปื้อน เช่น เลือดประจำเดือน หรือสารคัดหลั่งปนในตัวอย่าง

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปัสสาวะเป็นฟองมากและฟองอยู่นาน หน้าบวม ตาบวม ขาบวม ความดันโลหิตสูง หรืออาจไม่มีอาการในระยะแรก

ระดับที่ควรเฝ้าระวัง: trace หรือ 1+ เพียงครั้งเดียว โดยไม่มีอาการ อาจตรวจซ้ำด้วยปัสสาวะแรกตอนเช้าและพิจารณา uACR
ควรพบแพทย์: หาก Protein เป็นบวกซ้ำ, 2+ ขึ้นไป, มีบวม ความดันสูง eGFR ลดลง Creatinine สูง หรือมีเลือดในปัสสาวะร่วมด้วย
ควรรีบพบแพทย์: หากมีบวมมาก ปัสสาวะน้อย หอบเหนื่อย ความดันสูงมาก หรือโปรตีนรั่วมากร่วมกับค่าไตผิดปกติ

5. น้ำตาลในปัสสาวะ

Glucose ในปัสสาวะหมายถึงมีน้ำตาลรั่วออกมาในปัสสาวะ ปกติไม่ควรพบ หรือพบเพียงเล็กน้อยมาก หากน้ำตาลในเลือดสูงเกินระดับที่ไตดูดกลับได้ น้ำตาลจะออกมาในปัสสาวะ

Glucose เป็นบวก

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มเบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูง เช่น เบาหวาน เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือคุมน้ำตาลไม่ดี
  • กลุ่มยา เช่น ยาเบาหวานกลุ่ม SGLT2 inhibitor ทำให้น้ำตาลออกทางปัสสาวะตามกลไกยา
  • กลุ่มไตดูดกลับน้ำตาลผิดปกติ เช่น renal glycosuria ซึ่งพบไม่บ่อย
  • กลุ่มตั้งครรภ์ อาจพบได้บางราย แต่ควรประเมินเบาหวานขณะตั้งครรภ์ตามความเหมาะสม

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ หิวบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ตามัว หรืออาจไม่มีอาการ

ควรพบแพทย์ หาก Glucose เป็นบวก โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยวินิจฉัยเบาหวาน ควรตรวจ FBS/FPG และ HbA1c เพิ่มเติม
ควรรีบพบแพทย์ หากน้ำตาลในปัสสาวะเป็นบวกร่วมกับ Ketone เป็นบวก คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง หายใจหอบลึก ซึม หรืออ่อนเพลียมาก

6. คีโตนในปัสสาวะ

Ketone คือสารที่เกิดจากการสลายไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงาน พบได้เมื่อร่างกายขาดพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต หรือในภาวะขาดอินซูลิน

Ketone เป็นบวก

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มอดอาหารหรือกินคาร์โบไฮเดรตน้อย เช่น อดอาหาร คีโตไดเอต อาเจียน รับประทานอาหารได้น้อย
  • กลุ่มออกกำลังกายหนักหรือเจ็บป่วย เช่น ไข้สูง ติดเชื้อ หรือร่างกายเครียด
  • กลุ่มเบาหวานคุมไม่ดี โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 1 หรือภาวะเสี่ยง diabetic ketoacidosis
  • กลุ่มตั้งครรภ์ หากรับประทานอาหารได้น้อยหรืออาเจียนมาก

อาการส่วนใหญ่ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หายใจลึกหรือหอบ กลิ่นลมหายใจคล้ายผลไม้ หรือซึม

ควรเฝ้าระวัง หาก Ketone เป็นบวกเล็กน้อยและสัมพันธ์กับการอดอาหารหรือกินคาร์โบไฮเดรตน้อย
ควรพบแพทย์ หากเป็นเบาหวานและพบ Ketone โดยเฉพาะเมื่อน้ำตาลสูงหรือมีอาการป่วย
ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน หาก Ketone เป็นบวกร่วมกับน้ำตาลสูง อาเจียนมาก ปวดท้อง หายใจหอบลึก ซึม สับสน หรืออ่อนเพลียมาก เพราะอาจเป็นภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน

7. เลือดหรือเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ

Blood / RBC ในปัสสาวะหมายถึงมีเลือดหรือเม็ดเลือดแดงปนในปัสสาวะ อาจเห็นด้วยตาเปล่าหรือพบจากกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น การตรวจปัสสาวะใช้ตรวจหาเลือดในปัสสาวะเพื่อประเมินสุขภาพทางเดินปัสสาวะ ไต และโรคอื่น ๆ ได้

Blood/RBC เป็นบวกหรือสูงกว่าปกติ

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มติดเชื้อ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ
  • กลุ่มนิ่วและการระคายเคือง เช่น นิ่วในไต นิ่วในท่อไต หรือทางเดินปัสสาวะบาดเจ็บ
  • กลุ่มไตอักเสบ เช่น glomerulonephritis ซึ่งมักมีโปรตีนรั่วหรือ cast ร่วมด้วย
  • กลุ่มเนื้องอกหรือมะเร็งทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้สูบบุหรี่
  • กลุ่มการปนเปื้อน เช่น ประจำเดือน การเก็บปัสสาวะไม่ถูกวิธี หรือออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปัสสาวะสีชมพู แดง น้ำตาล หรือสีโค้ก ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ปวดเอว ปัสสาวะบ่อย ไข้ หรืออาจไม่มีอาการ

ระดับที่ควรเฝ้าระวัง: RBC เล็กน้อยเพียงครั้งเดียว อาจตรวจซ้ำโดยเก็บปัสสาวะให้ถูกวิธีและหลีกเลี่ยงช่วงมีประจำเดือน
ควรพบแพทย์: หากพบ RBC ซ้ำ, ปัสสาวะเป็นเลือด, มีโปรตีนร่วมด้วย, มีปวดเอว แสบขัด ไข้ หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ อายุสูง หรือประวัตินิ่ว
ควรรีบพบแพทย์: หากปัสสาวะเป็นเลือดมาก มีลิ่มเลือด ปัสสาวะไม่ออก ปวดเอวรุนแรง ไข้สูง หนาวสั่น หรือบวม/ความดันสูงร่วมกับปัสสาวะสีโค้ก

8. เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ

WBC / Leukocyte Esterase ในปัสสาวะบ่งชี้ว่ามีเม็ดเลือดขาวหรือการอักเสบในทางเดินปัสสาวะ Leukocyte esterase เป็นเอนไซม์จากเม็ดเลือดขาว หากผลเป็นบวกอาจพบได้ในการอักเสบหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

WBC หรือ Leukocyte esterase เป็นบวก

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ
  • กลุ่มนิ่วหรือการระคายเคือง เช่น นิ่ว ท่อปัสสาวะอักเสบ หรือสายสวนปัสสาวะ
  • กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ บางชนิดอาจทำให้ WBC ในปัสสาวะสูงได้
  • กลุ่มการปนเปื้อน เช่น ตกขาวหรือสารคัดหลั่งปนในปัสสาวะ

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นฉุน ไข้ หนาวสั่น หรือปวดเอว

ควรเฝ้าระวัง หาก WBC สูงเล็กน้อยแต่ไม่มีอาการ อาจเกิดจากการปนเปื้อนและควรตรวจซ้ำด้วยวิธีเก็บที่ถูกต้อง
ควรพบแพทย์ หากมีอาการแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย หรือผลผิดปกติซ้ำ
ควรรีบพบแพทย์ หากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเอว คลื่นไส้อาเจียน ตั้งครรภ์ เป็นผู้ชาย เด็ก ผู้สูงอายุ หรือมีโรคไต/เบาหวาน เพราะอาจเป็นการติดเชื้อที่ซับซ้อนหรือกรวยไตอักเสบ

9. Nitrite

Nitrite เป็นผลตรวจที่ช่วยสนับสนุนการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากแบคทีเรียบางชนิดที่เปลี่ยน nitrate เป็น nitrite ได้ หาก Nitrite เป็นบวกร่วมกับ WBC หรือ Leukocyte esterase จะยิ่งสนับสนุนภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

Nitrite เป็นบวก

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อกลุ่มที่พบบ่อย เช่น E. coli
  • กลุ่มเก็บปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะนาน อาจทำให้ตรวจพบได้ชัดขึ้น
  • กลุ่มตัวอย่างปนเปื้อน พบได้หากเก็บตัวอย่างไม่ถูกต้อง

อาการส่วนใหญ่ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นแรง ไข้ หรือปวดเอว

ควรพบแพทย์ หาก Nitrite เป็นบวก โดยเฉพาะมี WBC สูงหรือมีอาการติดเชื้อร่วมด้วย อาจต้องส่ง urine culture และพิจารณายาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม
ควรรีบพบแพทย์ หากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเอว อาเจียน ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง

10. Epithelial Cell

Epithelial cell คือเซลล์เยื่อบุที่หลุดออกมาปนในปัสสาวะ พบได้เล็กน้อยในคนปกติ หากพบมากอาจบ่งชี้ว่าตัวอย่างปัสสาวะปนเปื้อนจากผิวหนังหรืออวัยวะเพศ หรืออาจมีการอักเสบในทางเดินปัสสาวะ

Epithelial cell สูง

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มปนเปื้อนขณะเก็บปัสสาวะ เป็นสาเหตุที่พบบ่อย โดยเฉพาะไม่ได้เก็บแบบ midstream clean-catch
  • กลุ่มติดเชื้อหรืออักเสบ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ
  • กลุ่มโรคไตบางชนิด หากพบ renal tubular epithelial cell จำนวนมาก อาจสัมพันธ์กับการบาดเจ็บของท่อไต

อาการส่วนใหญ่ขึ้นกับสาเหตุ เช่น แสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขุ่น ปวดท้องน้อย หรือไม่มีอาการหากเป็นการปนเปื้อน

ควรเฝ้าระวัง หาก Epithelial cell สูงแต่ไม่มี WBC/RBC/Protein ผิดปกติ อาจเก็บปัสสาวะซ้ำให้ถูกวิธี
ควรพบแพทย์ หากสูงร่วมกับ WBC, Nitrite, RBC, Protein หรือมีอาการทางเดินปัสสาวะ

11. Cast

Cast คือสารหรือเซลล์ที่จับตัวเป็นรูปหลอดเล็ก ๆ จากท่อไต พบได้จากการดูตะกอนปัสสาวะด้วยกล้องจุลทรรศน์ Cast บางชนิดอาจพบได้เล็กน้อยในคนปกติ แต่บางชนิดบ่งชี้โรคไตที่ควรประเมินเพิ่มเติม

Cast ผิดปกติ

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • Hyaline cast พบได้เล็กน้อยจากขาดน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรือไม่มีโรครุนแรง
  • RBC cast มักบ่งชี้การอักเสบของไตส่วนกรอง เช่น glomerulonephritis
  • WBC cast อาจพบในกรวยไตอักเสบหรือไตอักเสบจากสาเหตุอื่น
  • Granular / muddy brown cast อาจพบในภาวะท่อไตบาดเจ็บหรือไตวายเฉียบพลัน
  • Fatty cast อาจพบในภาวะโปรตีนรั่วมากหรือ nephrotic syndrome

อาการส่วนใหญ่ เช่น บวม ปัสสาวะเป็นฟอง ปัสสาวะสีโค้ก ปัสสาวะน้อย ความดันสูง ปวดเอว ไข้ หรืออ่อนเพลีย

ควรพบแพทย์ หากพบ RBC cast, WBC cast, granular cast จำนวนมาก, fatty cast หรือ cast ร่วมกับ Creatinine สูง eGFR ต่ำ Protein หรือ Blood ในปัสสาวะ
ควรรีบพบแพทย์ หากมี cast ผิดปกติร่วมกับปัสสาวะน้อย บวมมาก ความดันสูงมาก หอบเหนื่อย หรือค่าไตแย่ลงเร็ว

การตรวจตะกอนปัสสาวะด้วยกล้องจุลทรรศน์สามารถช่วยดูเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว แบคทีเรีย ผลึก และ cast ได้ ซึ่งมีประโยชน์ในการประเมินโรคทางเดินปัสสาวะและไต

12. Crystal

Crystal คือผลึกเกลือแร่ในปัสสาวะ บางชนิดพบได้ในคนทั่วไปโดยไม่มีโรค แต่บางชนิดสัมพันธ์กับนิ่วหรือความผิดปกติของการเผาผลาญ

Crystal พบมากหรือพบชนิดผิดปกติ

สาเหตุมีหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย เช่น

  • กลุ่มขาดน้ำ ทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและเกิดผลึกง่าย
  • กลุ่มอาหารและเมตาบอลิก เช่น กรดยูริกสูง ออกซาเลตสูง หรือแคลเซียมสูง
  • กลุ่ม pH ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะเป็นกรดมากสัมพันธ์กับ uric acid crystal หรือเป็นด่างมากสัมพันธ์กับ phosphate/struvite บางชนิด
  • กลุ่มติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะเชื้อบางชนิดที่ทำให้เกิด struvite stone
  • กลุ่มยา ยาบางชนิดอาจตกผลึกในปัสสาวะได้

อาการส่วนใหญ่ หากเกี่ยวกับนิ่ว เช่น ปวดเอวรุนแรงเป็นพัก ๆ ปวดร้าวลงขาหนีบ ปัสสาวะเป็นเลือด คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะขัด

ควรเฝ้าระวัง หากพบ crystal เล็กน้อยและไม่มีอาการ โดยเฉพาะหากดื่มน้ำน้อย
ควรพบแพทย์ หากพบ crystal จำนวนมาก พบซ้ำ มีประวัตินิ่ว ปวดเอว ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีกรดยูริก/แคลเซียมผิดปกติ
ควรรีบพบแพทย์ หากปวดเอวรุนแรง ไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะไม่ออก หรืออาเจียนมาก เพราะอาจมีนิ่วอุดตันร่วมกับการติดเชื้อ

วิธีเก็บปัสสาวะที่เหมาะสม

ควรเก็บปัสสาวะแบบ midstream clean-catch คือทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศก่อน ปล่อยปัสสาวะช่วงแรกทิ้งเล็กน้อย แล้วเก็บช่วงกลางใส่ภาชนะที่สะอาด เพื่อช่วยลดการปนเปื้อนจากผิวหนังหรือสารคัดหลั่ง ควรหลีกเลี่ยงการตรวจช่วงมีประจำเดือน หากจำเป็นควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์

คำแนะนำเบื้องต้นเมื่อผล Urinalysis ผิดปกติ

หากผลผิดปกติเล็กน้อยและไม่มีอาการ ควรพิจารณาปัจจัยชั่วคราว เช่น ดื่มน้ำน้อย ออกกำลังกายหนัก มีไข้ เก็บตัวอย่างไม่ถูกต้อง หรือปนเปื้อนประจำเดือน แล้วตรวจซ้ำตามความเหมาะสม

ควรปรึกษาแพทย์หากพบ Protein, Blood/RBC, WBC, Nitrite, Cast หรือ Glucose ผิดปกติซ้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือมีอาการผิดปกติ

ควรรีบพบแพทย์หากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเอวรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือดมาก ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะน้อยลงมาก บวมมาก หอบเหนื่อย ซึม สับสน หรืออ่อนเพลียมาก เพราะอาจเป็นภาวะติดเชื้อรุนแรง นิ่วอุดตัน หรือไตอักเสบ/ไตวายเฉียบพลัน

Line